เสิ่นจืออี้หน้าแดงก่ำเดินกลับเข้าห้องเรียน
คู่รักคู่นั้นจูบกันอย่างเร่าร้อนอยู่ยี่สิบนาทีต่อหน้าเธอกับโจวอวี่เชิน
จากนั้นถึงได้อ้อยอิ่งจากไป
โจวอวี่เชินโอบกอดเธอ กดเธอชิดกำแพงพลางหอบหายใจลึก กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่น
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พูดอะไรสักคำ
กระทั่งคู่รักคู่นั้นจากไป เขาถึงยอมปล่อยเธอ หางตาแดงก่ำ ใบหน้าเคร่งขรึม ก่อนบอกให้เธอกลับเข้าห้องเรียนไปก่อน
“แล้วคุณล่ะ?”
เสิ่นจืออี้เพิ่งได้สติจากความสุขล้นทะลัก ยังมึนงงอยู่เล็กน้อยจึงเอ่ยถาม
โจวอวี่เชินไม่ตอบ
สายตาลึกล้ำจับจ้องริมฝีปากของเธอ
ความร้อนที่พลุ่งพล่านอยู่ในดวงตา กับความปรารถนาในกายที่โหมกระหน่ำแทบจะฉีกทึ้งเหตุผลของเขาให้ขาดสะบั้น
เขาเงียบอยู่นาน
ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งจากกระเป๋านักเรียนบนพื้น แล้วยื่นให้เธอ
“ตอนเย็นกลับบ้านเองนะ”
“ผมยังต้องอยู่ที่ห้องแล็บเพื่อเตรียมตัวแข่ง”
“คงกลับดึกหน่อย”
เขาไปกับเธอไม่ได้
กลัวว่าระหว่างทางจะอดกลั้นความปรารถนาในใจไม่ไหว
ถ้าอยู่ในรถด้วยกัน เขาอาจจะทำกับเธอ...
โจวอวี่เชินหันหลังให้เธอ หลับตาลงอย่างข่มใจ
เสิ่นจืออี้กอดเสื้อผ้าไว้
ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมิ้นต์เหมือนกับกลิ่นที่ติดตัวเขา
เธอก้มตาลง
ใบหน้าแดงระเรื่อสะดุดตา ราวกับดอกท้อแรกแย้ม
ทว่าแววตากลับเปี่ยมด้วยรอยยิ้มซุกซน
อีกไม่กี่วันเธอก็จะออกเดินทางไปแข่งต่างจังหวัดกับเขาแล้ว
ก่อนถึงตอนนั้น
เธอต้องยืนยันให้ได้ก่อนว่าเขาเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
เธอครุ่นคิดเล็กน้อย
จากนั้นก็เงยหน้า ตอบอย่างว่าง่ายว่า “ได้ค่ะ งั้นฉันกลับเองนะคะ”
