เสิ่นจืออี้สวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีม่วงอ่อน เนกไทผ้าไหมสีเดียวกัน และกระโปรงสีดำทรงรัดสะโพก
ผมยาวถูกรวบขึ้น
มัดเป็นหางม้าต่ำไว้ตรงท้ายทอย
ดูเป็นผู้ใหญ่และเปี่ยมด้วยเสน่ห์
ทั้งที่แต่งตัวมิดชิดเรียบร้อย แต่เข็มขัดรัดเอวสีดำกับเสื้อกั๊กกลับยิ่งรัดเอวบางราวกับใช้สองมือโอบได้ ให้ดูเพรียวบางขึ้นไปอีก
ส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตัดกันสุดขั้วสองจุด
ราวกับบทกวีอันเย้ายวนที่สุด ที่ทำให้ผู้อ่านได้สัมผัสจังหวะอันไพเราะและลีลาอันอ่อนช้อยที่สุดจากต้นจนจบ
ชวนให้จินตนาการไปไกล จนเคลิบเคลิ้มหลงใหลไม่อยากจากไป
ชีอวี่หรันคิดว่าโชคดีที่ตอนนี้เขาสวมแว่นกันแดดกับหน้ากากอยู่
ไม่อย่างนั้น สายตาและสีหน้าของเขาคงเผยจินตนาการอันต่ำช้าและความปรารถนาจะครอบครองเธอออกมาจนหมด
แล้วคงทำให้เธอตกใจกลัวแน่
“อ้อ จริงด้วย!” เสิ่นจืออี้มองแว่นกันแดดของเขาแล้วพูดขึ้นมา “ฉันก็เตรียมแว่นไว้เหมือนกันนะ”
เธอเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้น
เดินอ้อมไปยังตู้ด้านหลังห้อง ค้นหาอะไรบางอย่าง
ชีอวี่หรันมองแผ่นหลังที่ส่ายไหวอย่างงดงามยามเธอเดิน ลมหายใจแทบหยุดชะงัก
ตอนกลับมา
ในมือเธอมีแว่นสายตาเพิ่มมาหนึ่งอัน
เสิ่นจืออี้กลับไปนั่งบนเก้าอี้ กระแอมเบา ๆ ก่อนสวมแว่นไร้กรอบอย่างช้า ๆ
เธอกอดอก ทำราวกับเข้าสู่บทบาท แล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน
เธอมองเขาอย่างเย็นชา ผ่านแว่นไร้กรอบที่แคบเรียวด้วยสายตากึ่งหรี่
“ชอบความรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า?”
“หืม?”
หูกระต่ายของชีอวี่หรันขยับขึ้นมาอย่างอดไม่ได้