ชางหลิวยู่เงียบ ไม่ตอบ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเงยหน้ามองเธอ “คุณไม่มีความคิดเป็นของตัวเองหรือไง ทำไมต้องฟังคนอื่นด้วย?”
เสิ่นจืออี้ทำปากยื่น
“ก่อนหน้านี้ฉันก็ฟังความคิดตัวเองไง เพราะงั้นตอนนี้ถึงเรียนไม่จบ”
ชางหลิวยู่: …
สรุปแล้ว ที่พูดกับเขาและทำเรื่องพวกนั้น ก็เพื่อการเรียนสินะ
ถ้าเป็นใครก็ได้ เธอก็คงทำแบบนี้เหมือนกัน
ชางหลิวยู่สีหน้าเย็นชา
หันหลังเดินต่อไป
เสิ่นจืออี้เกาหัว แล้วเดินตามเขาไปอย่างงุนงง
ชางหลิวยู่ทำภารกิจมาตลอดทางโดยไม่พูดสักคำ
ไออำมหิตที่แผ่ออกมารอบตัวเขารุนแรงยิ่งกว่าจิตสังหารของสัตว์ปีศาจเสียอีก
แต่ทุกครั้งที่ได้ลูกแก้ววิญญาณมา เขาก็จะแบ่งให้เธอครึ่งหนึ่งด้วยสีหน้าเย็นชา
เสิ่นจืออี้เดินมาได้ครึ่งทางก็เอียงคอมองเขา
“ชางหลิวยู่ คุณโกรธหรือเปล่า?”
“เปล่า” เขาเบือนหน้าหนี
“เห็นชัด ๆ ว่าโกรธ” เสิ่นจืออี้ขมวดคิ้ว ตบถุงเก็บของที่พองตุงบนตัว “ในนี้มีแต่ลูกแก้ววิญญาณเต็มไปหมด”
“คุณไม่พอใจที่ต้องแบ่งลูกแก้วให้ฉันครึ่งหนึ่งหรือไง?”
ชางหลิวยู่ “...ไม่ใช่”
“แล้วทำไมถึงไม่พูดกับฉันมาตลอดทางล่ะ?” เสิ่นจืออี้เท้าเอว “หรือว่าคิดว่าเวทมนตร์ของฉันอ่อนแอเกินไป ทำให้คุณขายหน้า?”
