“อู๋ฟาน เลิกเขียนได้แล้ว รีบมานี่เร็ว พ่อของลูกอาการไม่ดีอีกแล้ว!”
ขณะกำลังคิดพล็อตไหลลื่น ตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์นิยายออนไลน์อยู่นั้น จู่ ๆ เสียงตื่นตระหนกของแม่ก็ดังขึ้น
อู๋ฟานสูงประมาณ 1.75 เมตร แม้จะผอมไปบ้าง แต่ก็มีโครงหน้าคมคาย ดูดีพอสมควร
หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด จึงกลับมาทำนาที่บ้านได้หนึ่งปีแล้ว ชีวิตลำบากมาก
โชคดีที่สมัยเรียนเคยอ่านนิยายออนไลน์มาบ้าง รู้ทางหนีทีไล่ของมันอยู่ เลยลองส่งต้นฉบับไป หลังจากถูกปฏิเสธสิบครั้ง ในที่สุดก็ได้เซ็นสัญญากับเว็บไซต์วรรณกรรมแห่งหนึ่ง ค่าตอบแทน 6 หยวนต่อพันคำ ที่เขาเรียกกันว่าราคาผักกาด
เขียนอยู่หลายเดือน เพิ่งจะพอประทังชีวิตได้ พ่อก็ดันล้มป่วยกะทันหัน
ล้มป่วยคราวนี้ก็เป็นเดือน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอได้ครึ่งเดือน อาการก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล เลยถูกไล่ออกจากโรงพยาบาล
เชิญหมอจีนเฒ่าประจำตำบลมาเปิดยาให้สองสามชุด ก็ไม่ได้ผล ร่างกายทรุดลงทุกวัน
“แค่ก ๆ.....” ผู้เป็นพ่อไออย่างรุนแรง กะละมังตรงหน้าเตียงมีเลือดอยู่ครึ่งกะละมัง เหมือนการเชือดหมู กระเซ็นไปทั่วพื้นข้าง ๆ
“พ่อ...พ่อของลูกดูท่าคงไม่ไหวแล้ว ทำยังไงดี?” แม่เมิ่งเจียงเหม่ยน้ำตาอาบแก้ม มองลูกชายอย่างหมดหนทาง
“พ่อครับ พ่อเป็นยังไงบ้าง ให้ผมพาพ่อไปโรงพยาบาลอีกดีไหม?”
“ไม่ ไม่ พ่อทำให้ลูกลำบากมามากพอแล้ว อีกอย่างจะไปยืมเงินใครมาไปโรงพยาบาลได้อีกล่ะ ลูกเป็นหนี้คนอื่นตั้งแสนหยวนแล้วนะ อย่าใช้เงินเพื่อพ่ออีกเลยสักเหรียญ ถ้าไม่มีเงิน ลูกจะเอาที่ไหนไปแต่งเมียล่ะ สัญญากับพ่อนะ อยู่กับแม่ให้ดี ๆ มีชีวิตต่อไปให้ได้”
อู๋ต้าไห่ผู้เป็นพ่อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าแต่หนักแน่น พร้อมรอยยิ้ม
“พ่อ!” น้ำตาของอู๋ฟานไหลออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้
“ไม่เป็นไร อย่าเศร้าไปเลย เกิดแก่เจ็บตายก็เป็นเรื่องธรรมชาตินะ ไป ไปตามอาใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านหลิวเฒ่ามาให้หน่อย!” อู๋ต้าไห่พูดพลางโบกมืออย่างขมขื่น
อู๋ฟานเช็ดน้ำตาพร้อมกับวิ่งออกจากบ้าน
เมื่อเห็นสภาพของอู๋ต้าไห่ อู๋ต้าเทียนผู้เป็นอาใหญ่และหลิวเทียนเซิงผู้ใหญ่บ้านที่มาถึง ต่างก็ส่ายหน้า รู้สึกปวดร้าวในใจ
ทั้งสองรู้ดีแก่ใจว่า สภาพของอู๋ต้าไห่นั้น คงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
“พี่ชาย ท่านหลิว ผมตายก็ไม่เป็นไร ฝังง่าย ๆ ก็พอ ต่อจากนี้ไป ทั้งอู๋ฟานกับเจียงเหม่ย ลำบากให้พวกคุณช่วยดูแลด้วยแล้วกัน กว่าจะรักษาผมได้ ก็เป็นหนี้เขาไว้มากมาย ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าพวกเขาจะหาเงินมาใช้คืนได้ยังไง เฮ้อ เรื่องที่เสียดายที่สุดในชีวิตนี้ก็คือการทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้พวกเขา กับอีกเรื่องคือไม่ได้เห็นอู๋ฟานแต่งเมียนั่นแหละ......” อู๋ต้าไห่จับมือของพี่ชายทั้งสอง กล่าวทั้งน้ำตาเสียงสั่นเครือ
สองหนุ่มใหญ่ชาวนาก็อดหลั่งน้ำตาไม่ได้เช่นกัน รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว
หมู่บ้านเถาหยวน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในอำเภอเทียนสุ่ย ในหมู่บ้านไม่มีถนน แทบจะตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านไม่มีรายได้อะไร ครอบครัวแล้วครอบครัวเล่ายากจนข้นแค้น
ถึงพวกเขาอยากจะช่วยอู๋ต้าไห่ ก็ไม่มีกำลังพอจะช่วยได้
“ต้าเทียน นายเฝ้าต้าไห่ไว้ก่อนนะ ฉันจะไปลองยืมเงินดูหน่อย ต่อให้มีแค่ลมหายใจ ก็ต้องส่งไปรักษา!”
ผู้ใหญ่บ้านหลิวกล่าวหลังจากเรียกอู๋ต้าเทียนออกไปคุยด้านข้าง
แต่ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขากลับมาด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวอย่างที่สุด ในมือถือธนบัตรยับยู่ยี่อยู่กำหนึ่ง
ด้วยฐานะผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง เขาก็ยืมเงินมาได้ไม่ถึง 500 หยวน
ไม่ใช่ชาวบ้านไม่ให้เกียรติเขา แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเงินในบ้านเกิน 10 หยวนด้วยซ้ำ
ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยก็มาชุมนุมกัน ต่างคนต่างถอนหายใจอย่างหมดหนทาง
“บอกแล้วว่าแกจะรักษาหน้าไปถึงไหน ตอนนี้ไม่ไหวแล้วใช่ไหม?” ทันใดนั้น เสียงที่หนักแน่นมีพลังก็ดังขึ้น
ทุกคนหันกลับไปมอง ปรากฏว่าเป็นป้าสามหลิง