ซูจิ่นเยว่พยักหน้าเบา ๆ แล้วเผลอหันไปมองแม่ที่อยู่ริมสนาม
ซ่งหมิ่นกำมือทั้งสองข้างแน่น ยกขึ้นมาแนบไว้ใต้คาง ริมฝีปากเม้มสนิท แววตาเต็มไปด้วยความกังวลและความคาดหวัง พอเห็นลูกสาวมองมา เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบยกมือขวาขึ้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ชูนิ้วโป้งให้ แล้วเขย่าแรง ๆ
แม้ไม่มีคำพูด แต่ก็ถ่ายทอดกำลังใจทั้งหมดออกมาได้อย่างครบถ้วน
ซูจิ่นเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ลักยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้น ก่อนจะยิ้มให้แม่อย่างอ่อนโยน
รอยยิ้มสงบนิ่งและผ่อนคลายเพียงนั้น ก็ช่วยคลายความกระวนกระวายทั้งหมดในใจซ่งหมิ่นได้ในพริบตา
เธอไม่เข้าใจเทคนิคสเก็ตลีลาแบบมืออาชีพ แต่รู้ว่าลูกสาวเริ่มเรียนสเก็ตลีลาตั้งแต่อายุหกขวบ ตอนแรกก็แค่อยากให้ลูกได้ออกกำลังกาย ไม่คิดเลยว่าลูกจะชอบกีฬาชนิดนี้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ปีก่อนยังเข้าร่วมการแข่งขันสเก็ตลีลาเยาวชนชิงแชมป์แห่งชาติและคว้าเหรียญเงินมาได้อีกด้วย... ในใจยังมีความตื่นเต้นกังวลอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่าคือเธอมองเห็นความแน่วแน่และความมั่นใจในแววตาของลูกสาว...
ซูจิ่นเยว่พ่นไอขาวออกมาเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ไถลไปยังกลางลานน้ำแข็ง ก่อนหยุดนิ่งอย่างมั่นคง
เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อย ปล่อยแขนทั้งสองข้างแนบลำตัวตามธรรมชาติ รอเสียงเพลงดังขึ้นอย่างเงียบ ๆ
ขณะนั้นเอง มีเงาร่างเล็ก ๆ หลายร่างทยอยมารวมตัวกันบนอัฒจันทร์อย่างเงียบเชียบ
พวกเขาล้วนเป็นนักกีฬารุ่นเยาวชนของทีมประจำมณฑล คนที่อายุน้อยที่สุดมีเพียงเจ็ดแปดขวบ ส่วนคนที่อายุมากที่สุดก็ไม่เกินสิบสาม บางคนเพิ่งฝึกซ้อมเสร็จแต่ยังไม่ออกจากลาน บางคนถูกความเคลื่อนไหวบนลานน้ำแข็งดึงดูด จึงพากันหยุดยืนดู
“เอ๊ะ คนนั้นใครน่ะ นักกีฬาที่เพิ่งมาใหม่เหรอ” เด็กหญิงที่มัดผมแกละคู่ใช้ข้อศอกสะกิดเพื่อนข้าง ๆ แล้วถามเสียงเบา
