โค้ชโจวมองเธอแวบหนึ่ง ไม่ได้ตำหนิอะไร เพียงจดอะไรสั้น ๆ ลงในสมุดบันทึก แล้วโบกมือส่งสัญญาณให้ผู้เข้าแข่งขันคนถัดไปลงสนาม
ซูจิ่นเยว่เลื่อนกลับไปยังขอบสนาม ถอดรองเท้าสเก็ตแล้วนั่งลงบนม้านั่ง ทว่าสายตากลับเผลอมองไปยังลานน้ำแข็งอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
เด็กหนุ่มยังคงฝึกซ้อมอย่างตั้งใจ
ลำโพงข้างสนามค่อย ๆ บรรเลงเพลงเปียโนที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เขากำลังฝึกซ้อมท่อนหนึ่งของโปรแกรมสั้นไปตามจังหวะเพลง ทุกท่วงท่าสอดประสานกับทำนองอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับทั้งร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับบทเพลง ทุกอิริยาบถ ทุกครั้งที่เลื่อนตัว ล้วนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับท่วงทำนอง ชวนให้เพลิดเพลินตา
เธอประหลาดใจที่เห็นว่าการจัดท่าของโปรแกรมสั้นเขาช่างแยบยล ทั้งยังถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
ซูจิ่นเยว่รีบถอนสายตากลับมา เก็บรองเท้าสเก็ตใส่กระเป๋าฝึกซ้อมอย่างทะนุถนอม พลางเตือนตัวเองในใจ
อย่ามองอีกเลย
เธอมาที่นี่เพื่อแข่งขันและทุ่มสุดตัว ไม่ใช่มานั่งดูคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น อายุของเธอเมื่อรวมทั้งสองชาติแล้วยังปาเข้าไปสามสิบห้าปี จะมานั่งใจลอยเพราะเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ช่างน่าอายเกินไปแล้ว
เธอตำหนิตัวเองในใจยกใหญ่ ก่อนหยิบแก้วน้ำเดินไปนั่งดื่มที่บริเวณพัก
ไม่นาน หลินจือเซี่ยก็กำถุงขนมปังกรอบเดินเข้ามาหา พลางเคี้ยวขนมทีละน้อย แล้วใช้ข้อศอกสะกิดแขนเธอเบา ๆ แววตาเปล่งประกายตื่นเต้น
“นี่ ๆ ๆ! เมื่อกี้เห็นคนนั้นหรือเปล่า?” หลินจือเซี่ยพูดอู้อี้เพราะขนมเต็มปาก แต่ดวงตากลับสว่างไสวราวกับดาวสองดวง “ก็เด็กผู้ชายที่ใส่ชุดฝึกซ้อมสีดำ หน้าตาหล่อสุด ๆ คนนั้นไง! เธอคงไม่ได้ไม่ทันสังเกตหรอกนะ? เมื่อกี้เขาฝึกอยู่ข้าง ๆ เธอเลย!”
