เธอเงยหน้าขึ้น โบกมือเบา ๆ ไปทางอัฒจันทร์
ซ่งหมิ่นบนอัฒจันทร์ร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังโบกแขนอย่างแรงไม่หยุด พร้อมตะโกนส่งเสียงเชียร์ไปทางสนาม เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องรอบข้างดังกึกก้องกลบทุกสิ่ง ซูจิ่นเยว่ฟังไม่ชัดว่าเธอพูดอะไร แต่มั่นใจอย่างยิ่งว่าเสียงตะโกนเหล่านั้นต้องเป็นคำให้กำลังใจอย่าง ‘เยว่เยว่เก่งที่สุด’ อะไรทำนองนั้น
ฉินรั่วนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ สีหน้าของเธอกลับมาเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังเดิม ไม่เผยความรู้สึกใด ๆ
เฉินเยี่ยนไป๋ที่นั่งข้างเธอหันมามอง แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “นี่คือคนที่คุณบอกว่า ‘ไม่เหมือนใคร’ คนนั้นเหรอ”
ฉินรั่วไม่ได้ตอบ เพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มบางเบาจนแทบมองไม่เห็น ทั้งละเอียดอ่อนและซ่อนเร้น
ส่วนจี้หานโจวที่นั่งข้างเฉินเยี่ยนไป๋ยกมือขึ้นสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้ง ปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เหลือให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่เย็นชาและลุ่มลึก
สายตาของเขาจับจ้องไปทางทางเข้าสนามน้ำแข็งไม่วอกแวก จับร่างเล็ก ๆ ในชุดสเก็ตลีลาสีฟ้าอ่อนไว้ไม่คลาดสายตา
โค้ชโจวเดินเข้ามา ตบไหล่ซูจิ่นเยว่เบา ๆ เธอหันกลับมา เดินอย่างผ่อนคลายเป็นอิสระ แถมยังยืดเส้นยืดสายอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะค่อย ๆ มุ่งหน้าไปยังทางเดินนักกีฬา
จี้หานโจวค่อย ๆ ถอนสายตา ก้มมองฝ่ามือของตัวเอง
เขาหัวเราะเสียงต่ำออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ในใจอดคิดไม่ได้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ช่างน่าสนใจเป็นพิเศษจริง ๆ
