เช้าวันนี้เจ็ดโมงสี่สิบนาที สองแม่ลูกออกจากบ้านตรงเวลา ซ่งหมิ่นขี่รถจักรยานไฟฟ้ามาส่งซูจิ่นเยว่ถึงหน้าศูนย์ฝึกซ้อมอย่างมั่นคง จอดรถเรียบร้อยแล้วก็รีบเดินไปยังทางเข้าสำหรับผู้ชม
ส่วนซูจิ่นเยว่หันหลังเดินเข้าทางเข้าสำหรับนักกีฬา มุ่งตรงไปยังโซนรอลงสนาม
โค้ชโจวรออยู่ที่นั่นแล้ว ในมือถือแฟ้มเอกสารการแข่งขัน สีหน้าเคร่งขรึมกว่าเมื่อวานอยู่หลายส่วน ทั่วทั้งร่างแผ่บรรยากาศตึงเครียดก่อนการแข่งขันรายการใหญ่
เมื่อเห็นเด็กสาวผู้เข้าแข่งขันทยอยมาถึงครบ โค้ชโจวก็กวาดตามองทุกคน ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มว่า “มากันครบแล้ว ฉันจะพูดสั้น ๆ เรื่องกำหนดการแข่งขันวันนี้”
เหล่าเด็กสาวรีบเข้ามารวมตัวกัน บ้างรวบผมทรงสำหรับลงแข่งให้แน่น บ้างขยับข้อเท้าและยืดเส้นยืดสาย บ้างสูดหายใจลึก ๆ เบา ๆ เพื่อสงบใจที่กำลังตื่นเต้นก่อนแข่ง โซนรอลงสนามอบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดและจริงจัง
“การแข่งขันสเก็ตลีลาประเภทหญิงเดี่ยว โปรแกรมสั้น เริ่มอย่างเป็นทางการตอนเก้าโมงเช้าวันนี้ ลำดับการลงสนามจับฉลากพร้อมกันไปเมื่อวานแล้ว เป็นการสุ่มลำดับทั้งหมด”
โค้ชโจวเปิดแฟ้มในมือ แล้วอ่านลำดับการลงสนามของนักกีฬาในทีมทีละคน
“ทีมเรา หลินจือเซี่ยลงเป็นคนที่สาม เมิ่งเสี่ยวคนที่สี่ หลี่รั่วหานคนที่เก้า...”
พอพูดถึงคนสุดท้าย เธอก็หยุดเล็กน้อย เงยหน้ามองซูจิ่นเยว่ที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้าง แล้วประกาศชัดถ้อยชัดคำว่า “คนสุดท้าย คนที่สิบแปด ซูจิ่นเยว่”
ซูจิ่นเยว่กะพริบตาเบา ๆ
ลงปิดท้ายงั้นเหรอ?!
ลำดับนี้เรียกได้ว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีคือมีเวลาเตรียมตัวก่อนแข่งเหลือเฟือ ไม่ต้องรีบลงสนามจนมือไม้พันกัน แต่ข้อเสียก็เห็นได้ชัดเช่นกัน การรอคอยที่ยาวนานจะยิ่งสั่งสมแรงกดดันทางจิตใจ พอใกล้ถึงคิวลงสนาม จิตใจก็ยิ่งตึงเครียดได้ง่าย
