ลู่หนิงก้มหน้าลง เอามือปิดปาก ไออย่างรุนแรง
แผ่นหลังของเธอบางเฉียบ ก้มตัวลงเหมือนจะไอจนปอดหลุดออกมา
ลู่เป่ยพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดี "อย่าคิดว่าแกล้งป่วยทำเป็นอ่อนแอแล้วฉันจะไม่สั่งสอนเธอนะ บอกให้เธอดูแลเซียงเซียงที่โรงเรียน ตักน้ำ ตักข้าวให้ แต่เธอกลับปล่อยให้คนป่วยมาตักข้าวให้เธอเอง สุดท้ายก็ดี อกตัญญูไม่พอ ยังแกล้งทำให้เซียงเซียงสะดุดล้มอีก มโนธรรมของเธอถูกหมากินหรือไง"
ลู่หนิงกลั้นไอ "หนูไม่ได้ผลักเธอ เธอเอง..."
"เธอจะบอกว่าเซียงเซียงยืนไม่ดีแล้วล้มเองใช่ไหม ข้อแก้ตัวตื้น ๆ แบบนี้เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ เธอยอมรับไหมว่าจงใจทำ"
ขอบตาของลู่หนิงร้อนผ่าว เธอยืดหลังตรง "ไม่ยอมรับ"
เพี๊ยะ เสียงตบดังขึ้นบนใบหน้าของเธอ แสบร้อนขึ้นมาทันที
แต่ต่อให้บนใบหน้าจะเจ็บแค่ไหน ก็เทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในใจ
เจ็บจนชาไปหมด
"เหล่าซื่อ เธอลงมือทำไม"
ลู่หนานเฟิงเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าฉับไว ดึงแขนลู่เป่ยที่กำลังโมโหไว้
"พี่รอง เธอทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้แล้วยังไม่ยอมรับ ฉันไม่มีน้องสาวที่ใจอำมหิตและไม่รู้สำนึกผิดแบบนี้"
ฉินเซียงยืนอยู่ที่ประตู มือพันผ้าก๊อซไว้ ท่าทางน่าสงสาร
เธอพูดด้วยขอบตาแดง "พี่สี่ เซียงเซียงบอกแล้วว่ามันเป็นความผิดของเซียงเซียงเอง ไม่เกี่ยวกับพี่หนิงหนิง"
"เซียงเซียง เธอใจดีเกินไปแล้ว วันนี้ฉันต้องสั่งสอนลู่หนิงให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่กลายเป็นคนเลว"
ตอนที่ลู่เป่ยยังอยากลงมือ จี้ฉือเชียนดึงเก้าอี้ออกเสียงดังลั่นจนพื้นเกิดเสียงเสียดแทงหู
ลู่หนิงเหลียวไปมอง
จี้ฉือเชียนมีสีหน้าไร้อารมณ์ เอนตัวพิงโต๊ะครึ่งหนึ่ง หน้าตาคมคายแต่เย็นชา "พวกคุณเป็นญาตินักเรียนใช่ไหม"
ลู่หนานเฟิงพยักหน้า "ใช่ พวกเราเป็นพี่ชายของเธอ"
"เธอมีไข้สูง 39 องศา สงสัยว่าจะติดเชื้อ ต้องตรวจเพิ่ม และยังมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แถมขาดสารอาหารนิดหน่อย"
ลู่เป่ยอึ้งไป "เธอป่วยจริงเหรอ"
เขายังคิดว่าลู่หนิงแกล้งป่วยเพื่อเลี่ยงความผิด
เสียงของจี้ฉือเชียนช้า ๆ ไม่เร่งรีบ "ถ้างั้นพวกคุณควรไปตรวจตา ว่ามีปัญหาหรือเปล่า เห็นกันชัด ๆ แบบนี้ยังดูไม่ออก"
เด็กคนนี้หน้าซีด ดูออกชัด ๆ ว่าป่วยอยู่ ยากที่จะมองออกว่านี่คือคนป่วยหรือไง
ลู่เป่ยสะอึก "คุณหมายความว่าอะไร"
จี้ฉือเชียนขมวดคิ้ว น้ำเสียงเย็นชา "หมายความตามตัวอักษร ถึงแม้เธอจะเป็นน้องสาวบุญธรรมที่พวกคุณรับเลี้ยง แต่เมื่อเลี้ยงแล้วก็ควรรับผิดชอบ"
เมื่อลู่หนิงได้ยินคำว่าน้องสาวบุญธรรม แววตาก็แฝงความเหยียดหยาม
ลู่หนานเฟิงรีบอธิบาย "เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของผม ไม่ใช่ลูกบุญธรรม"
จี้ฉือเชียนเลิกคิ้ว "ต้องใช้แว่นขยายส่องถึงจะดูออก ถ้าพวกคุณไม่ได้บอกว่าเป็นญาติ ผมเตรียมจะแจ้งความแล้ว นี่มันใช้ความรุนแรงกับผู้เยาว์"
เมื่อลู่เป่ยเห็นใบหน้าที่บวมแดงของลู่หนิง น้ำเสียงก็ไม่ค่อยดี "คุณรู้อะไร ผมกำลังสั่งสอนเธอ"
ลู่หนานเฟิงพูดไม่ออก
นี่เขาเองก็คิดว่าลู่หนิงแข็งแรงดี ไม่น่าจะป่วยง่าย ๆ เหมือนฉินเซียงที่ตกน้ำแล้วไม่สบาย
ลู่เป่ยมองจี้ฉือเชียนด้วยสีหน้าดูถูก "คุณไม่รู้หรอก ลู่หนิงชอบแกล้งป่วยเลี่ยงความผิดเป็นประจำ ครั้งนี้ยังจงใจทำให้เซียงเซียงบาดเจ็บอีก พ่อของเซียงเซียงตายเพราะช่วยชีวิตเธอ บางครั้งฉันอยากจะผ่าหัวใจเธอออกมาดูจริง ๆ ว่ามันดำหรือเปล่า"
คอของลู่หนิงแสบร้อนไปหมด เดิมทีอยากจะอธิบาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
ต่อให้เธอพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงพวกเขาก็ไม่เชื่อเธออยู่ดี
ฉินเซียงกัดริมฝีปาก "ทั้งหมดเป็นความผิดของเซียงเซียงเอง โทษที่เซียงเซียงซุ่มซ่าม และไม่ควรอวดดีอยากตักข้าวให้พี่หนิงหนิง"
"มันก็ความผิดของคุณจริง ๆ นั่นแหละ"
สีหน้าของจี้ฉือเชียนเย็นชา "เมื่อคุณป่วยให้น้ำเกลือก็ไม่ควรไปห้องเรียน รู้ว่าป่วยก็ไม่ควรไปสร้างปัญหาให้คนอื่น อย่าทำท่าทางว่าตัวเองอ่อนแอแล้วมีเหตุผล"
ลู่หนิงเบิกตากว้างขึ้นทันที มองหมอประจำโรงเรียนปากจัดตรงหน้าด้วยความตะลึง
เขากำลังพูดแทนเธออย่างนั้นเหรอ
เขาเชื่อเธอเหรอ
ลู่หนิงรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที แม้แต่คนแปลกหน้ายังรู้ถึงเหตุผลนี้ แต่พวกพี่ชายเธอกลับไม่เข้าใจ
หรือพูดอีกอย่างก็คือพวกเขาเข้าใจดี แต่ลำเอียงเข้าข้างฉินเซียง เลยไม่อยากเข้าใจ
สีหน้าของฉินเซียงแข็งค้างทันที แอบกัดฟัน หมอโรงเรียนคนนี้หมายความว่าอะไร
เขาไม่เห็นหรือไงว่าเธอป่วยยังอุตส่าห์ตักข้าวให้ลู่หนิง
ทำไมหมอโรงเรียนคนนี้ถึงไม่ซาบซึ้งกับความมีน้ำใจของเธอ แต่กลับพูดแทนลู่หนิง
มันไม่ถูกต้องนะ วิธีนี้ของเธอได้ผลทุกครั้งเลย
ฉินเซียงพูดไม่ออกอยู่นาน ได้แต่ก้มหน้าน้อยใจ
ลู่เป่ยเดินเข้าไปปกป้องฉินเซียง "เซียงเซียงป่วยแต่ยังมาเรียน ก็เพราะอีกไม่ถึงร้อยวันจะสอบเอ็นทรานซ์แล้ว เธอจะขาดเรียนไม่ได้ เธอหวังดีอยากปรับความสัมพันธ์กับลู่หนิง น่าเสียดายที่บางคนไม่เห็นค่า"
ลู่หนิงรู้สึกได้แต่ความขมขื่น
ตอนเช้าออกจากบ้าน พี่สี่ยังกำชับให้เธอดูแลฉินเซียงให้ดี ๆ ยกน้ำชงน้ำให้ เธอทำพวกนี้แล้วมันจะไม่เสียเวลาเรียนหรือไง
ที่แท้เขาก็รู้ว่าอีกไม่ถึงร้อยวันจะสอบเอ็นทรานซ์แล้วเหมือนกัน
แค่การสอบของเธอ ไม่สำคัญเท่าของฉินเซียงเท่านั้นเอง
ลู่หนานเฟิงพูดขึ้น "เหล่าซื่อ พาเซียงเซียงกลับไปพักรักษาตัวก่อน"
"พี่รอง"
"ที่ฉันพูด เธอก็ไม่ฟังแล้วหรือไง"
ลู่เป่ยหุบปาก พาฉินเซียงเดินออกไป
ห้องพยาบาลกลับมาเงียบอีกครั้ง
ลู่หนานเฟิงขมวดคิ้ว "หนิงหนิง ถ้าเธอไม่อยากดูแลฉินเซียงก็ไม่เป็นไร แต่ต่อไปนี้เธอห้ามทำเรื่องแบบนี้อีก"
ลู่หนิงก้มหน้าตลอด ตอนนี้คอของเธอเจ็บมาก ไม่อยากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
เธอดึงผ้าห่มมาคลุมหัวตัวเอง
ไม่อยากเจอพวกเขาอีก
"ลู่หนิง ถ้าเธอยังดื้อดึงแบบนี้อีก ฉันก็ปกป้องเธอต่อไปไม่ได้แล้วเหมือนกัน"
ลู่หนานเฟิงเริ่มโมโหบ้าง
เขาเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มออก "เธอกลับบ้านกับฉันแล้วค่อยว่ากัน"
วันนี้ต้องคุยกับลู่หนิงให้รู้เรื่องซะที
ฉินเซียงจะถูกทำร้ายต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
จี้ฉือเชียนกดแขนของลู่หนานเฟิงไว้ แววตาเย็นชา "น้ำเกลือขวดนี้ของเธอหมดก่อนถึงกลับไปได้ ญาติไปรอข้างนอก"
แววตาของจี้ฉือเชียนเย็นชาและหยิ่งยโส มีความหมายที่ไม่ยอมให้ใครขัดขืน
ลู่หนิงเงยหน้าขึ้นอย่างตะลึง มองเขายืนอยู่ตรงหน้าพี่รอง แผ่นหลังสูงใหญ่เป็นอย่างมาก
เธอสังเกตเห็นที่ข้อมือของเขามีแผลเป็น สีแดงสดน่าเกลียด ดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ
ที่ขาของเธอก็มีแผลเป็นแบบนี้เหมือนกัน เป็นรอยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเด็ก
เขาก็เคยเจออุบัติเหตุรถยนต์เหมือนกันหรือเปล่า
ลู่หนานเฟิงไม่ยอมอ่อนข้อ "ผมเป็นพี่ชายของเธอ ผมจะพาเธอกลับบ้าน ที่บ้านมีหมอ"
"ในเมื่อที่บ้านมีหมอ ทำไมถึงปล่อยให้เธอเป็นไข้สูงมานานขนาดนี้"
ลู่หนานเฟิงเห็นใบหน้าซีดเซียวของลู่หนิง ก็ตอบอย่างรู้สึกผิด "เธอไม่ได้บอกเองว่าป่วย"
และตอนเช้าเขาก็อยากจะแตะหน้าผากของลู่หนิงเหมือนกัน แต่เธอหลบมือเขา
นี่จะโทษเขาได้เหรอ
ไม่แน่ว่าลู่หนิงอาจจะจงใจยืดอาการป่วยให้ยืดเยื้อ เพื่อเลี่ยงความผิดก็ได้
น้ำเสียงของจี้ฉือเชียนไม่พอใจ "คุณผู้ชาย ถ้าคุณจะบังคับพาตัวเธอไป ผมจะแจ้งความว่าพวกคุณทารุณผู้เยาว์ และตามกฎหมาย ถ้าเด็กถูกความรุนแรงในครอบครัว เธอสามารถขอความคุ้มครองด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลได้"
"ผมเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเธอ เป็นผู้ปกครอง"
"แต่เมื่อกี้ ผมก็เห็นกับตาว่าพวกคุณตีเธอ ใช้ความรุนแรง ที่นี่ก็มีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน ผมเชื่อว่าตำรวจจะตัดสินตามความจริง"
จี้ฉือเชียนสุขุมเยือกเย็น แต่ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย "ตอนนี้เธอไม่อยากไปกับพวกคุณ พวกคุณไม่มีสิทธิ์บังคับเธอ"
หัวใจของลู่หนิงสั่นไหวเล็กน้อย แอบมองชายตรงหน้าที่ยืนขวางอยู่