เสิ่นซูหลี่เห็นคนออกไปแล้ว จึงหันกลับไปหยิบชาวิญญาณออกมาจากมิติ พอน้ำเดือด เธอก็ยกกาน้ำชาไปที่ห้องรับแขกเพื่อชงชาให้ทั้งสองคน
“ช่วงนี้ฉันได้ใบชาดี ๆ มาชุดหนึ่ง เลยตั้งใจเอาออกมาให้พวกเธอลองชิมดู”
พอน้ำร้อนรินลงไป กลิ่นชาหอมสดชื่นก็แผ่กระจายไปทั่วห้องรับแขกในทันที มู่หวานจวินกับหลี่ชิงเหอต่างสูดหายใจเข้าลึก ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“ว้าว! อาหลี่ ชานี่หอมเกินไปแล้ว!” ดวงตากวางของมู่หวานจวินเป็นประกาย เสียงของเธอนุ่มหวาน “หอมยิ่งกว่าใบชาที่คุณปู่เก็บสะสมไว้อีก!”
บ้านเธอมีฐานะดี ของดีอะไรบ้างที่ไม่เคยเห็น แต่กลิ่นชาหอมเข้มข้นเช่นนี้ เธอเพิ่งเคยได้กลิ่นเป็นครั้งแรก แค่สูดดมก็รู้สึกเหมือนร่างกายโปร่งโล่งขึ้นไม่น้อย
ปกติหลี่ชิงเหอไม่ค่อยดื่มชา จึงแยกไม่ออกว่าชาดีหรือไม่ สำหรับเธอ ชาก็เป็นแค่น้ำรสใบไม้ชนิดหนึ่ง
แต่ชาวันนี้ไม่เหมือนกัน กลิ่นหอมสดชื่นลอยเข้าจมูก ชวนให้รู้สึกคันยุบยิบในใจ
แม้แต่คนที่ไม่เคยได้กินของดีอย่างเธอ ก็ยังสัมผัสได้ทันทีว่าใบชานี้ไม่ธรรมดา
“โธ่เอ๊ย แม้แต่คนไม่เคยเห็นโลกกว้างอย่างฉันยังดมออกเลยว่าใบชานี่ล้ำค่า! อาหลี่ เธอใจกว้างกับพวกเราเกินไปแล้ว!”
“เอาละ เลิกพูดเล่นได้แล้ว” เสิ่นซูหลี่ยิ้ม “ถ้าชอบก็ดื่มเยอะ ๆ ที่ฉันยังมีอีกมาก เดี๋ยวพวกเธอเอากลับไปคนละห่อ ดื่มบ่อย ๆ รับรองว่าดีต่อสุขภาพแน่นอน”
มู่หวานจวินกับหลี่ชิงเหอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าใบชานี้ล้ำค่าเพียงใด ทั้งสองจึงส่ายหน้าทันทีโดยไม่ต้องคิด
“อาหลี่ ของดีขนาดนี้เธอเก็บไว้เองเถอะ ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก เอาให้ชิงเหอติดมือไปบ้างก็พอ”
“อย่าให้ฉันเลย ฉันเป็นคนบ้าน ๆ ไม่ชอบดื่มของแบบนี้ เธอให้หวานจวินเถอะ เธอชอบดื่มอยู่แล้ว”
ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันแล้วชะงักไปพร้อมกัน ก่อนจะหันมาสบตากัน คนหนึ่งยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก อีกคนยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
แม้ปกติทั้งคู่จะไม่ค่อยได้ติดต่อกัน แต่ต่างก็คิดถึงและเป็นห่วงกันอยู่เสมอ ต่างถืออีกฝ่ายเป็นเพื่อนด้วยใจจริง และคอยนึกถึงอีกฝ่ายในทุกเรื่อง
เสิ่นซูหลี่เห็นเพื่อนสนิททั้งสองเข้ากันได้ดี ในใจก็พลอยเบิกบาน
“ไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว ฉันให้ก็รับไปทั้งคู่ ถ้ายังปฏิเสธอีก ฉันจะโกรธจริง ๆ นะ”
