เธอพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“กลับกันเถอะ”
เซี่ยเฉิงหยวนเข็นจักรยานมาตรงหน้าเสิ่นซูหลี่ให้เธอขี่ ส่วนตัวเขาเดินลึกเข้าไปในตรอก แล้วแบกเชินเลี่ยที่หมดสติขึ้นบ่าอย่างง่ายดายราวกับยกถุงป่าน
ที่พักของเซี่ยเฉิงหยวนเป็นบ้านสไตล์ตะวันตกหลังเดี่ยว แม้จะหรูหราไม่เท่าคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น แต่ข้อดีคือเงียบสงบและมิดชิด
ลูกน้องกว่ายี่สิบคนของเขาพักอยู่ที่นี่ โดยปกติห้องหนึ่งต้องเบียดกันอยู่สองสามคน เวลานี้คนส่วนใหญ่ออกไปปฏิบัติภารกิจต่อ อาคารทั้งหลังจึงว่างเปล่า มีเพียงไฟไม่กี่ดวงที่ยังส่องสว่าง
เซี่ยเฉิงหยวนพาเชินเลี่ยกลับไปพักในห้อง ก่อนจะพาเสิ่นซูหลี่เดินตรงขึ้นชั้นสอง
ห้องของเขาเป็นห้องนอนใหญ่บนชั้นสอง มีห้องล้างหน้าขนาดเล็กกับระเบียง เป็นห้องที่ดีที่สุดในอาคารทั้งหลัง
ห้องแม้ไม่ใหญ่ แต่จัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย หน้าต่างสะอาดสว่าง ของตกแต่งเรียบง่าย เปี่ยมด้วยบรรยากาศแข็งแกร่งแบบทหาร
“สองวันนี้เธอพักที่นี่ไปก่อน ส่วนฉันไปเบียดกับพวกเขาเอา”
เซี่ยเฉิงหยวนเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบชุดผ้าปูที่นอนกับปลอกผ้านวมใหม่เอี่ยมออกมา แล้วลงมือเปลี่ยนที่นอนอย่างคล่องแคล่ว
ใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาองอาจของเขาใต้แสงไฟ คล้ายมีม่านบาง ๆ คลุมอยู่ ชวนให้ใจหวั่นไหวเป็นพิเศษ
เสิ่นซูหลี่มองแผ่นหลังสูงใหญ่ของเขาที่กำลังยุ่งอยู่ใต้แสงไฟ ปูที่นอนสร้างที่พักพิงแสนอบอุ่นและปลอดภัยให้เธอ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งพลันเอ่อท้นจนเต็มหัวใจ
เธอขานรับเบา ๆ แล้วพยักหน้า
เซี่ยเฉิงหยวนปูผ้าห่มและเครื่องนอนจนเรียบตึง ก่อนจะหันกลับมามองเสิ่นซูหลี่ที่ยังคงหน้าซีดอยู่ใต้แสงไฟ น้ำเสียงของเขาพลอยอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
“หิวไหม? ฉันไปหาอะไรให้กินนะ”
“ไม่ค่อยอยากอาหาร” เสิ่นซูหลี่ส่ายหน้า บาดแผลตรงท้องยังปวดหนึบ ๆ ทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่น้อย
จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
แผลแค่นี้ของเธอยังเจ็บแทบขาดใจ แล้วเซี่ยเฉิงหยวนล่ะ?
เธอเงยหน้าขึ้น สายตาตกลงบนร่างของเซี่ยเฉิงหยวน
เมื่อหลายวันก่อนเขาบาดเจ็บหนักกว่าเธอมาก แต่เขากลับกัดฟันทนเอาไว้ ดูราวกับไม่เป็นอะไร
คืนนี้เขายังต้องผ่านเหตุการณ์ดงกระสุนเช่นนั้นอีก
ไม่รู้ว่าเขามีแผลเพิ่มหรือเปล่า