ปีศาจซ่อนตัวอยู่ในความมืดรอบด้านและพร้อมจะเคลื่อนไหว ฝูสุยเดินเลียบแม่น้ำไปได้ช่วงหนึ่ง จู่ ๆ ก็เงยหน้ามองท้องฟ้า
เหมือนว่าตั้งแต่เข้ามาเขตชานเมืองฮุ่ยหลาน เธอก็ไม่เห็นปีศาจบินได้อีกเลย
สายลมพัดเอื่อยอยู่ริมฝั่ง ช่วยคลายความร้อนอบอ้าวไปได้เล็กน้อย อุณหภูมิที่นี่ต่ำกว่าด้านนอกมาก
อุณหภูมิด้านนอกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กว่าจะค่อย ๆ คงที่ก็หลังจากทะลุ 40 องศาไปแล้ว
ส่วนทางฮุ่ยหลาน น่าจะอยู่ที่ประมาณ 25 ถึง 30 องศา
ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ?
ฝูสุยมองไปยังฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเดินย้อนกลับไป เธอจำได้ว่ามีหลักศิลาจารึกอยู่ริมแม่น้ำแถวประตูเมือง
……
อีกด้านหนึ่ง ระหว่างที่ถงเย่ปะทะกับโรงเรียนมัธยมหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้เปรียบ แถมยังมีคนบาดเจ็บกันทั้งคู่
“พวกโรงเรียนมัธยมหนึ่ง หยุดสู้กันก่อนดีไหม?” สวีเฉิงเอ่ย
เห็นได้ชัดว่าฝั่งโรงเรียนมัธยมหนึ่งก็คิดเหมือนกัน “นับถึงสามแล้วหยุดพร้อมกันนะ”
“สาม สอง หนึ่ง”
พอสิ้นเสียงคำว่า ‘หนึ่ง’ ทั้งสองฝ่ายก็กระโดดถอยหลังพร้อมกัน ทิ้งระยะห่างจากกัน
“เมื่อกี้ฉันสัมผัสได้ว่ามีโรงเรียนอื่นแซงหน้าเราไปแล้ว เราต้องรีบขึ้น” สวีเฉิงพูดกับนักเรียนหลายคนจากถงเย่
“พี่สวี ฝั่งโรงเรียนมัธยมหนึ่งจะไม่ลอบโจมตีเราจากข้างหลังจริง ๆ เหรอ?”
สวีเฉิงส่ายหน้า “ไม่หรอก ถ้าพวกเขาปะทะกับเรา ก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะเสียเวลาเปล่า ๆ”
ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือแย่งชิงโควตาสามอันดับแรกสำหรับเข้าเมือง
ทั้งสองฝ่ายจึงมุ่งหน้าไปยังฮุ่ยหลาน โดยรักษาความสงบเอาไว้แค่ภายนอก
โรงเรียนที่แซงหน้าพวกเขาไปคือโรงเรียนมัธยมห้า
หลังจัดการปีศาจระลอกหนึ่งเรียบร้อย นักเรียนโรงเรียนมัธยมห้าก็เป็นฝ่ายหลุดออกมาได้ก่อน
“คะแนน 15 คะแนนรอบนี้ต้องเป็นของโรงเรียนมัธยมห้าเราแน่”
“เมื่อกี้ฉันเห็นแล้ว ฝั่งโรงเรียนมัธยมหนึ่งกับถงเย่ยังสู้กันอยู่ ฝีมือพอ ๆ กัน คงอีกนานกว่าจะหลุดออกมาได้”