เธอไม่ได้ดุพวกเขา เพียงเอ่ยเตือนสั้น ๆ
ซีอวี้กับจิ่งหนิงสบตากัน ก่อนยิ้มกว้างแล้วโบกมือให้ทุกคน “สวัสดีทุกคน ฉันชื่อซีอวี้ ฝากตัวด้วยนะ”
“หน้าตาหล่อใช้ได้เลยนะ”
ไม่รู้ว่าใครพึมพำเสียงเบา แต่หน้าตาหล่อก็ไม่ได้ช่วยให้พวกเขายอมรับคนจากเขตคนจนได้หรอก ทั้งสกปรกทั้งต่ำต้อย
หลังซีอวี้แนะนำตัว จิ่งหนิงก็ยิ้มตาม “สวัสดีเพื่อน ๆ ฉันชื่อจิ่งหนิง หวังว่าต่อไปเราจะเข้ากันได้ดีนะ”
จิ่งหนิงเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักอยู่แล้ว พอยิ้มก็ยิ่งชวนให้คนเอ็นดู
“เดี๋ยวนะ ทั้งสามคนหน้าตาดีจริง ๆ ด้วย” หวังซวี่ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูฉินหยาง
“ทำไมล่ะ นายชอบเหรอ?” รอยยิ้มของฉินหยางค่อย ๆ ฉายแววร้ายกาจ “ชอบคนไหนก็ไปจีบสิ หรือชอบทั้งสามคนเลย?”
สีหน้าหวังซวี่เปลี่ยนไป รีบโบกมือรัว “พี่ฉิน อย่าล้อเล่นสิ ฉันยังต้องตั้งใจฝึกฝน จะได้เป็นผู้เรียกไพ่ระดับกลางให้ได้เร็ว ๆ”
“มีแฟนก็ไม่ได้ขัดกับการฝึกฝนสักหน่อย” ฉินหยางยักไหล่
“ไม่ ๆ ฉันยังเป็นแค่เด็ก ม.ปลายคบกันเร็วเกินไปไม่ดีหรอก เดี๋ยวจะเสียการฝึกฝน”
ฉินหยางหัวเราะหึ “ขี้ขลาด”
ก็แค่กลัวทำให้ซูอินโกรธไม่ใช่หรือไง
พอจิ่งหนิงแนะนำตัวเสร็จ ก็ถึงตาฝูสุย เธอไม่ได้ยิ้มเหมือนสองคนนั้น เพียงพูดเรียบ ๆ ว่า “ฝูสุย หวังว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข”
มู่หลิงพยักหน้า “หาที่นั่งกันเองได้เลย”
ในห้องมีที่นั่งว่างเหลืออยู่ไม่น้อย ฝูสุยทั้งสามกวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนจะไปนั่งแถวหลังของซีหราน
มู่หลิงออกจากห้องเรียนหลังพวกเธอนั่งลง พอเธอไป นักเรียนในห้องก็กรูกันมาล้อมฝูสุยกับเพื่อน ๆ
“นี่ พวกเขตชางหมิง รู้กฎของห้องเจ็ดไหม?”
จิ่งหนิงเท้าคาง เอียงหน้ายิ้มให้พวกเขา “ไม่รู้สิ ห้องเจ็ดมีกฎอะไรบ้างเหรอ?”
“ห้องเจ็ด พี่ฉินกับพี่อินเป็นคนตัดสินใจ พวกนายต้องเชื่อฟัง อีกอย่าง ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว งานทำความสะอาดห้องเจ็ดก็เป็นหน้าที่พวกนาย”
“ตอนนี้ไปซื้อน้ำให้ฉันขวดหนึ่ง ฉันจะเอารสฝูฮวา”
น้ำฝูฮวาขวดละ 18 หยวน หมอนี่ฝันหวานจริง ๆ
ซีอวี้ยื่นมือแบออก “เงินล่ะ ค่าน้ำบวกค่าจ้างวิ่งซื้อ ไม่คิดแพงหรอก 20 หยวนก็พอ”