เวลา 17:30 น. การสอบภาคทฤษฎีรอบสุดท้ายสิ้นสุดลง ฝูสุยออกจากห้องสอบกลับบ้านไปก่อนครึ่งชั่วโมงแล้ว
เธอนั่งอยู่ในลานบ้าน มองไก่หลายตัวที่กำลังคุ้ยหาแมลงกินประทังหิว จึงหยิบข้าวโพดกำมือหนึ่งโปรยลงบนพื้น
“เลี้ยงพวกแกอีกสักพักแล้วจะเอาไปขายให้หมดเลย ขอบใจที่ให้ไข่มาตลอดช่วงนี้นะ”
แม่ไก่หลายตัวไม่รู้แผนของฝูสุย ยังคงก้มหน้ากินข้าวโพดอย่างตั้งใจ
ฝูสุยนั่งเหม่อมองไก่อยู่ครึ่งชั่วโมง ก่อนลุกขึ้นไปเตรียมอาหารเย็น
เฮ้อ ทำไมเป็นผู้เรียกไพ่แล้วยังต้องกินอาหารด้วยนะ เป็นเหมือนในนิยายบำเพ็ญเซียน ไม่ต้องกินอะไรไม่ได้หรือไง?
เช้าวันถัดมา
ฝูสุยมาถึงโรงเรียนมัธยมต้นแห่งที่หนึ่ง
ก่อนเริ่มสอบภาคปฏิบัติ ทุกคนต้องลงทะเบียนข้อมูลไพ่จิตวิญญาณก่อน
ตอนฝูสุยมาถึง แถวนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งยาวเหยียดแล้ว เธอก้มหน้าลงไปยืนต่อท้ายแถว
คนสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ข้างหน้าพลันหยุดพูด แล้วหันมามองเธอ
“เพื่อน เธอก็มาสอบเหมือนกันเหรอ?” เด็กสาวผมสั้นเอ่ยถาม
ฝูสุย “หืม? ใช่”
“แล้วเธอคิดจะสมัครเข้าโรงเรียนไหน?” ดวงตาเปี่ยมความอยากรู้อยากเห็นของทั้งคู่จับจ้องฝูสุย
ฝูสุยเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบว่า “โรงเรียนมัธยมต้นถงหัวแห่งที่หนึ่ง เขตซูหลาน”
“จริงเหรอ? พวกเราก็เหมือนกัน บังเอิญจังเลย!” เด็กหนุ่มกับเด็กสาวมีแววตาตื่นเต้นยินดี
เด็กสาวแนะนำตัว “ฉันชื่อจิ่งหนิง จิ่งที่แปลว่าทิวทัศน์ หนิงที่แปลว่ามะนาว นี่คือซีอวี้”
ซีอวี้ยิ้มกว้างจนเห็นฟันแปดซี่ “ซีที่แปลว่ากินเลี้ยง อวี้ที่มีตัวโลหะเป็นส่วนประกอบ เพื่อน มาทำความรู้จักกันไหม?”
ฝูสุยมองมือที่เขายื่นมา สองวินาทีต่อมาก็ยื่นมือไปจับ “ฝูสุย”
ซีอวี้ครุ่นคิดอยู่สองวินาทีแล้วถาม “สุยตัวไหนเหรอ?”