ฝูสุยไม่ได้เกี่ยงว่าจะกินข้าวกับใคร จึงพยักหน้าตกลง
อาหารที่พ่อครัวของโรงพยาบาลทำก็พอใช้ได้ ดีกว่าร้านข้างนอกเยอะ
ฝูสุยตักอาหารแล้วนั่งลงตรงข้ามจางฉิน
“เสี่ยวสุย ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว” จางฉินถาม ก่อนจะเสริมว่า “ดูเด็กมากเลยนะ”
“17 ค่ะ”
เผิงโจวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเหมือนทอดถอนใจ “17 เอง ยังเป็นดอกไม้ตูมอยู่เลยนะ”
สัญชาตญาณบอกฝูสุยว่าคำพูดของเขามีความหมายแอบแฝง แต่เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงรับคำเบา ๆ
จากนั้นก็หันไปคุยกับจางฉิน “พี่จาง ทำงานที่เทียนหลงกันมานานแค่ไหนแล้วคะ”
“พี่น่ะทำที่นี่มา 5 ปีแล้ว ส่วนเขาทำมา 3 ปี” จางฉินชี้ไปยังแฟนหนุ่มของตัวเอง
“สวัสดิการพนักงานประจำที่นี่ดีมากเลยใช่ไหมคะ ไม่รู้ว่าต่อไปหนูจะได้ทำงานที่นี่ไปนาน ๆ หรือเปล่า” น้ำเสียงของฝูสุยแฝงความอิจฉาปนหดหู่
จางฉินหัวเราะ “ดีมากจริง ๆ ไม่งั้นพี่คงไม่อยู่ที่นี่หรอก”
“ถ้าอยากอยู่ต่อก็ไม่ต้องกังวล ตั้งใจทำงาน เดี๋ยวผู้อำนวยการก็เห็นความสามารถเอง”
“หนูจะพยายามค่ะ” ฝูสุยตอบพร้อมรอยยิ้ม
ระหว่างมื้ออาหาร ฝูสุยคุยกับจางฉินไปเรื่อย ๆ ส่วนเผิงโจวพยายามชวนเธอคุยเป็นระยะ แต่เธอไม่สนใจเขาเลย
หลังอาหารเย็น ฝูสุยออกจากโรงพยาบาล จางฉินชวนเธอไปเดินเล่นด้วยกัน แต่เธอปฏิเสธ
จางฉินดูเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะคล้องแขนแฟนหนุ่มเดินจากไป
เมื่อกลับถึงหอพัก ฝูสุยยืนมองทิวทัศน์ด้านนอกตรงระเบียง คิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย
ไม่ใช่เธอคิดไปเองแน่ โรงพยาบาลเทียนหลงมีปัญหา
ฝูสุยใช้นิ้วเคาะราวระเบียง ก่อนตัดสินใจว่าจะคอยสังเกตการณ์ไปก่อน
ถ้าอยู่ทำงานให้ครบเดือนกว่า ๆ แล้วรับเงินเดือนมาได้ก็คงดีที่สุด
……
ตลอดสองสัปดาห์ถัดมา ฝูสุยเข้าออกงานตรงเวลาทุกวัน ระหว่างนั้นได้หยุดสองวัน
“เสี่ยวสุย มีงานนอกสถานที่งานหนึ่ง ไปกับฉันหน่อย” ซูอวี้สวมรองเท้าส้นสูงเดินมาที่จุดรับคนไข้