ทั้งสองฝ่ายยืนประจันหน้ากัน
พร้อมกันนั้น ต่างก็เรียกไพ่จิตวิญญาณของตัวเองออกมา
ยกเว้นฝูสุยแล้ว ทุกคนมีไพ่กันคนละ 4 ใบ
“ไม่จริงมั้ง นี่ขึ้น ม.5 แล้ว ยังมีคนที่เรียกไพ่ใบอื่นนอกจากไพ่จิตวิญญาณประจำตัวออกมาได้แค่ใบเดียวด้วยเหรอ?” ฉินหยางกุมท้องหัวเราะ
มุมปากของซูอินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ เช่นกัน
ลั่วทิงมองไพ่สองใบของฝูสุย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังเมตตาว่า “นี่ เธอยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังทันนะ พวกเราจะไว้ชีวิตเธอสักครั้ง”
ฝูสุยมองเขาอย่างสงบนิ่ง “ไม่ต้องหรอก ดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะ”
“ไม่กินเหล้าดี ๆ ดันจะกินเหล้าลงทัณฑ์” ลั่วทิงแค่นเสียง แล้วกระตุ้นไพ่
“มาร์ส ลุย!” มาร์สคือไพ่จิตวิญญาณประจำตัวของเขา
จังหวะที่เขาขยับ จิ่งหนิงก็ลงมือพร้อมกัน “ยวี่เซิ่ง คทาผู้พิทักษ์กฎหมาย!”
ในมือเธอปรากฏคทาสีเงินสูงกว่าตัวเธอ ประดับลวดลายแกะสลักวิจิตรซับซ้อน
เมื่อเมิ่งเสียงอวิ๋นเห็นจิ่งหนิงเรียกยวี่เซิ่งออกมา แววตาก็ไหววูบ ไพ่จิตวิญญาณระดับมหากาพย์ พรสวรรค์ช่างน่าทึ่งจริง ๆ
ถ้าเรียกยวี่เหอเทียนผู้พิทักษ์กฎหมายออกมาได้อีกใบ แล้วใช้ไพ่จิตวิญญาณทั้งสองร่วมกัน พลังคงไปถึงระดับตำนาน
ซ่งหลานเจียงก็ลงมือเช่นกัน “มอทากา ง้าวสุริยัน!”
หวังซวี่กล่าว “ติงหยวน ทวนมรณะ!”
เมิ่งเสียงอวิ๋นไม่ได้แบ่งสมาธิไปดูไพ่ที่ซ่งหลานเจียงกับคนอื่นเรียกออกมา อย่างไรเสียเขาก็สอนพวกเขามาหนึ่งปี จึงคุ้นเคยกับไพ่เหล่านั้นดีอยู่แล้ว
ฝูสุยใช้เวลาเพียงวินาทีเดียวประเมินสถานการณ์ตรงหน้า แล้วตัดสินใจลองใช้ไพ่จิตวิญญาณหนี่วาก่อน
“หนี่วา ปั้นดินสร้างมนุษย์ · ระเบียบ”
ทันทีที่ไพ่จิตวิญญาณหนี่วาปรากฏ เมิ่งเสียงอวิ๋นก็ผุดลุกขึ้นยืน มือทั้งสองสั่นด้วยความตื่นเต้น
ไพ่จิตวิญญาณระดับผู้สร้างโลก!
เขาจ้องฝูสุยด้วยแววตาตื่นเต้น ราวกับอยากจ้องให้ทะลุเป็นรู
สีหน้าของฉินหยางกับซูอินเคร่งขรึมลงพร้อมกัน
ฉินหยางถาม “ไพ่จิตวิญญาณระดับไหนกันเนี่ย แรงกดดันถึงได้รุนแรงขนาดนี้?”