ฝูสุยอาศัยมุมมองของนกกระจอกเพื่อตามหาปีศาจและมาร เจอเป้าหมายทุกครั้งไม่พลาด
เวลาสอบผ่านไปกว่าครึ่งโดยไม่รู้ตัว
ฝูสุยคำนวณจำนวนปีศาจและมารที่ตัวเองจัดการไปแล้วได้สามสิบตัว ยังขาดอีกสองในห้าส่วน ต้องเร่งมือแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปเรี่ยวแรงก็ยิ่งลดลง
แถมเธอยังรู้สึกหิวขึ้นมาด้วย สนามสอบเสมือนจริงนี่ทำให้รู้สึกหิวได้ด้วยเหรอ สมจริงเกินไปแล้วมั้ง?
ไม่รู้ว่าจะหาอะไรมารองท้องได้บ้างไหม ถ้าต้องสู้ทั้งที่หิว คงออกแรงได้ไม่เต็มที่
บ่ายสามโมง ฝูสุยทำข้อสอบภาคบังคับเสร็จ
เธอทรุดนั่งลงกับพื้น พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา มือข้างหนึ่งทาบหน้าท้องพลางลูบเบา ๆ
หิวชะมัด
ในสนามสอบเสมือนจริงนี่ไม่มีของกินเลยสักอย่าง มีแต่ปีศาจ มาร หรือไม่ก็สิ่งปนเปื้อน
หรือว่านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของข้อสอบด้วย?
ขณะกำลังคิด ฝูสุยก็เกร็งตัวขึ้นทันที มือที่จับกระบี่ปัญญากำแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว
สัญชาตญาณกรีดร้องเตือนถึงอันตราย
ความคิดที่ว่า ‘หนีเร็ว!’ ผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว ทว่าไม่ทันเสียแล้ว
เธอถูกสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อจ้องเขม็ง กลิ่นอายทรงพลังแผ่คลุมร่าง
ขนทั่วร่างฝูสุยลุกชัน เหงื่อเย็นผุดชุ่มแผ่นหลัง
สีแดงสดปรากฏตรงหน้า แขนขาเรียวบางและอุ้งเท้าสีดำ ฝูสุยมองเห็นเสน่ห์เย้ายวนบนใบหน้าจิ้งจอกอย่างน่าประหลาด
“ฮึ ๆ ๆ~” เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินดังลอดจากปากจิ้งจอก “ดูสิว่าฉันเจออะไรเข้า?”
ฝูสุยขยับถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างแนบเนียน แล้วสบตากับจิ้งจอก
ปีศาจหรือมารตัวนี้อยู่ระดับไหนกัน? ระดับเอ? หรืออาจสูงกว่านั้น
หางที่อยู่ด้านหลังจิ้งจอกสะบัดพรึ่บ หางทั้งเก้ากางออก
ฝูสุยกัดฟันแน่น จิ้งจอกเก้าหางงั้นเหรอ?
นี่เป็นโจทย์ข้อเสริมเหรอ?
“เจ้าตัวเล็ก สีหน้าของเธอน่าสนใจจริง ๆ” จิ้งจอกปรายตามองฝูสุยโดยไม่ขยับ