สกุลเย่ ลานประลองยุทธ
บนแท่นสูงมีประมุขสกุลเย่และผู้อาวุโสทั้งสามนั่งอยู่ บนเวทีประลองตรงกลาง เย่เทียนยืนกอดอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส ข้างกายมีชายวัยกลางคนผู้มีสีหน้าเย็นชายืนอยู่
"การต่อสู้ที่สอง เย่เฉิน ปะทะ เย่เทียน! ภายในสิบลมหายใจ หากเย่เฉินยังไม่ขึ้นเวทีจะถูกตัดสิทธิ์ และหากไม่เข้าร่วมการประลองย่อยของสกุลติดต่อกันสามปี จะถูกขับออกจากสกุล!"
ถ้อยคำไร้อารมณ์ของชายวัยกลางคนดังก้องไปทั่ว
ทันใดนั้น เสียงเย้ยหยันจากผู้คนเบื้องล่างก็ดังขึ้นมา
"ไอ้ขยะนั่นไม่กล้ามาอีกแล้ว!"
"แน่นอน! สองปีก่อนก็หลบซ่อนตัว ทางที่ดีควรขับไล่คนแบบนี้ออกไปจากสกุล"
"ถึงมันจะมา ก็สู้ท่านเย่เทียนไม่ได้หรอก"
เย่จั้นนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชม ฟังคำด่าทอของคนรอบข้างที่มีต่อบุตรชายของตน ในใจโกรธแค้นอย่างที่สุด สีหน้าซับซ้อนอย่างยิ่ง เปี่ยมด้วยความกังวลอย่างแรงกล้า แต่ก็เจือด้วยความคาดหวังเล็กน้อย
"เย่เฉิน เจ้ากล้าสู้กับข้าหรือไม่?" เย่เทียนกวาดมองไปรอบ ๆ แล้วตะโกนเสียงดัง
"มีอะไรไม่กล้า!"
เสียงตะโกนดังมาจากไม่ไกล ตามเสียงนั้นมาด้วย เย่เฉินกับน้องสาวทั้งสองคน
เย่เฉินให้เย่หลิงไปดูอยู่ด้านข้าง ส่วนตนเองพุ่งตัวก้าวเดียวก้าวขึ้นไปบนเวที
ผู้คนใต้เวทีตกตะลึง ร่างที่พวกเขาคุ้นเคยอย่างยิ่งปรากฏขึ้นบนเวทีประลอง ชั่วพริบตาก็เกิดความโกลาหล เสียงเซ็งแซ่ดังสนั่น
"ไอ้ขยะนี่กล้ามาจริงหรือ?"
"เกรงว่ามันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว รอดูมันถูกท่านเย่เทียนเหยียบอยู่ใต้เท้าเถอะ"
เย่เทียนประหลาดใจมาก คาดไม่ถึงว่าเย่เฉินจะกล้ามาจริง ๆ จากนั้นเขาก็หัวเราะพลางเอ่ยว่า
"ฮ่า ๆ กล้าดีนี่ แต่อย่ามาคุกเข่าขอความเมตตาทีหลังล่ะ!"
"เริ่มการต่อสู้!" เสียงเย็นชาของชายวัยกลางคนบนเวทีดังขึ้น
แววตาเย่เทียนเปล่งประกายเยือกเย็น ห้านิ้วโค้งเป็นกรงเล็บ พุ่งเข้าใส่เย่เฉินอย่างรวดเร็ว กรงเล็บพุ่งตรงไปยังลำคอของอีกฝ่าย
เย่เฉินหัวเราะเยาะในใจ แม้ขอบเขตของเขาในตอนนี้เพิ่งฟื้นคืนมาถึงขั้นปราณสูงสุด แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า ตนมีพลังถึงขั้นหลอมแก่นขั้นหนึ่ง
ร่างเขาพริบไหว หลบหลีกการโจมตีถึงตายได้อย่างแยบยล พร้อมกับทุ่มหมัดเข้าใส่เย่เฉิน ฝ่ายหลังชะงักไป ไม่คิดว่าเย่เฉินจะหลบการโจมตีของเขาได้ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้คิดมาก คิดเพียงว่าเย่เฉินมีความเร็วเท่านั้นเอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายชกมา แววตาก็เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม จึงกำหมัดเช่นกันแล้วชกสวนกลับไป
"ไอ้ขยะ เจ้ายังกล้าต่อยข้าหรือ..."
ตูม!
เย่เทียนยังพูดไม่ทันจบ เสียงหนึ่งดังขึ้น สีหน้าเขาฉับพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ร่างถูกพลังมหาศาลซัดกระเด็นถอยไป เขารู้สึกจุกในคอ กระอักเลือดออกมาคำโต ทันใดนั้นเขาก็ตาพร่ามัว วิงเวียนไปหมด
แววตาเย่เฉินวาบเย็นเฉียบแล้วหายวับไป ความเร็วก็เพิ่มขึ้นมาทันที ออกหมัดอีกครั้ง ตรงไปยังท้องน้อยของเย่เทียน ฝ่ายหลังยังอยู่ในอาการมึนงง กว่าที่จะรู้สึกตัวขึ้นมา อยากจะหนีก็สายไปเสียแล้ว
เขาตกใจหน้าซีดเผือด กลิ่นอายแห่งความตายอบอวลในจิตใจ ระหว่างที่วุ่นวายก็ตะโกนไปทางคนบนแท่นว่า
"ท่านปู่ ช่วยข้าด้วย!"
ผู้อาวุโสใหญ่สกุลเย่ลุกขึ้นยืนด้วยการทุบโต๊ะ ถึงตอนนี้จะไปช่วยก็ไม่ทันเสียแล้ว จึงได้แต่ตะโกนด้วยเสียงเกรี้ยวกราด
"ไอ้เด็กโง่ เจ้ากล้าดียังไง!"
เย่เฉินเลิกคิ้วขึ้น การกระทำในมือไม่ได้หยุดเลยแม้แต่น้อย หมัดที่เปี่ยมไปด้วยพลังอันน่าตกใจ กระแทกใส่ท้องน้อยของเย่เทียนอย่างจัง
ตูม!
"เจ้า..."
เย่เทียนชี้ไปทางเย่เฉินอยากจะพูด แต่ก็ไม่มีแรงแล้ว เลือดกระอักปนกับเครื่องในออกมาเป็นคำโต ดวงตาปิดลงอย่างอ่อนแรง ร่างลอยละลิ่วออกไปหลายจ้าง ตกลงข้างล่างเวทีท่ามกลางกลุ่มผู้ชม ขาดใจตายในทันใด ฝูงชนเบื้องล่างรีบถอยกรูออกไปจนเป็นพื้นที่ว่างเปล่า
เงียบกริบ เงียบสนิทราวกับความตาย ทุกคนสูญสิ้นความสามารถในการคิด พวกเขาเห็นอะไรเข้าไป? เย่เทียน อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของสกุล ถูกไอ้ขยะทุบตีตายด้วยหมัดเดียว เป็นไปได้อย่างไรกัน ในใจของผู้คนตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว คนผู้นั้นในอดีต กลับมาแล้ว!
"อ๊า! ไอ้สัตว์ชั้นต่ำ ข้าจะเอาแกตาย!"
ความเงียบงันดำเนินไปชั่วขณะ ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกนกรีดร้องปานจะขาดใจดังไปทั่วลาน รอบกายเขาพลังปราณปะทุขึ้นมากลิ่นอายของขั้นหลอมแก่นสูงสุดทำให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นใจสั่นสะท้าน
"หยุดมือ!" ประมุขสกุลเย่หลงขมวดคิ้วตวาด
"ท่านประมุข หลานข้าตายด้วยน้ำมือไอ้ชาติชั่วนั่น ข้าต้องล้างแค้นให้มัน" ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกนโหวกเหวกปานสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง
"ถึงเย่เฉินจะทำผิด ก็ยังไม่ถึงคราวที่เจ้าต้องลงมือ ต้องให้สกุลหารือกันก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่ได้ละเมิดกฎกติกาแต่อย่างใด การประลอง ถ้าไม่มีใครยอมแพ้ ก็สามารถต่อสู้ไปจนกว่าจะแพ้ชนะกัน"
น้ำเสียงของเย่หลงเคร่งขรึมจริงจัง ผู้อาวุโสใหญ่ได้ฟัง แม้ในใจจะโกรธแค้น แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งท่านประมุข ได้แต่มองเย่เฉินด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง เย่หลงมองไปที่เย่เฉิน สายตาซับซ้อน แต่ขณะเดียวกันก็มีความตื่นเต้นอยู่บนใบหน้า หลังจากสามปีผ่านไป อัจฉริยะที่พบได้ยากในรอบร้อยปีของสกุลคนนี้ ก็กลับมาแล้ว
หมัดที่กำแน่นของเย่จั้นคลายออกช้า ๆ รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏในรอบสามปีปรากฏขึ้นบนใบหน้า และเช่นเดียวกันกับเย่หลิง เย่เม่ยเอ๋อยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ใบหน้างามของนางซีดเผือด ในใจมีความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้ เสียใจกับการตายของเย่เทียน หรือเสียใจที่ไม่ควรจากเย่เฉินไป เกรงว่าอย่างหลังคงมากกว่า
"นี่ เป็นไปไม่ได้! ไอ้ขยะนี่กลับเก่งกาจได้ถึงเพียงนี้!"
"ท่านประมุข เด็กคนนี้จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต เข่นฆ่าคนตระกูลเดียวกัน สมควรตายให้ได้!"
"ฆ่ามัน ฆ่ามัน"
ฝูงชนเบื้องล่างเปลี่ยนจากตอนแรกที่ไม่เชื่ออย่างสุดซึ้ง กลายมาเป็นการไม่เห็นด้วยกับการกระทำต่อเย่เทียน ผู้คนพากันตะโกนพร้อม ๆ กันมากขึ้น
เย่เฉินกวาดตามองฝูงชนเบื้องล่างอย่างเย็นชา พลังปราณก็พลันทวีสูงขึ้นมา กดทับไปยังผู้คนเบื้องล่าง
จิตใจผู้คนไม่สงบนิ่ง กลิ่นอายของเย่เฉินทำให้พวกเขาตัวสั่นงันงก ไม่ใช่ว่าพลังของเย่เฉินจะแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น แต่เป็นจิตเจตจำนงต่างหาก จิตเจตจำนงที่ว่า คนหนุ่มมีปณิธานอันแน่วแน่ จะกวาดล้างศัตรูทั้งโลกนี้ให้สิ้นซาก ฝูงชนที่อึกทึกครึกโครม ภายใต้พลังกดดันอันชวนขนหัวลุกเช่นนี้ กลับเงียบสงัดไร้เสียง