เมื่อคำว่า “จวี้เฟิงมีเดีย” หลุดออกจากปากฉินสวี่ บรรยากาศง่วงซึมบนพีระมิดก็พลันหายวับไปทันที
ทุกคนเผลอนั่งตัวตรง สายตาทุกคู่มองไปยังทิศทางนั้นพร้อมกัน
จวี้เฟิงมีเดีย หนึ่งในสามบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงในประเทศ และยังเป็นต้นสังกัดเก่าของฉินสวี่เองด้วย ทั้งห้าคนนี้เป็นรุ่นน้องของฉินสวี่อย่างแท้จริง
ฉินสวี่มองห้าใบหน้าคุ้นเคยที่ลุกขึ้นจากที่นั่ง พลางยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ก่อนจะพูดเสริมอย่างไม่รีบร้อนว่า
“ขอพูดไว้ก่อน ถึงพวกนายจะเป็นรุ่นน้องของฉัน แต่ฉันก็ไม่ปล่อยคะแนนให้เพราะสนิทกันหรอกนะ”
น้ำเสียงของเขาฟังสบาย ๆ ราวกับพูดหยอกเล่น แต่คนที่รู้จักเขาดีต่างรู้ว่าเขาพูดจริง ฉินสวี่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดในการทำงาน ยิ่งสนิทกันก็ยิ่งไม่ไว้หน้า
ทั้งห้าคนเดินเรียงกันลงมาจากพีระมิด ก่อนจะเข้าแถวตรงกลางเวทีและโค้งคำนับพร้อมกัน
“สวัสดีครับเมนเทอร์ทุกท่าน พวกเราคือเทรนนี่จากจวี้เฟิงมีเดีย...”
“หลิงเฟิง”
“ชิวหวังเซิน”
“เฉินจุ้ยหยาง”
“ถานจิ้งอวี่”
“เนี่ยเหอยวน”
เสียงทั้งห้าขานชื่อเรียงกันอย่างเป็นระเบียบและคล่องแคล่ว ตั้งแต่ตำแหน่งยืนไปจนถึงมุมก้มคำนับ ล้วนแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานที่ผ่านการฝึกฝนจากบริษัทใหญ่ แตกต่างจากเทรนนี่จากบริษัทเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
หลิงเฟิงยืนอยู่ตรงกลาง ชุดซ้อมสีดำขับให้ไหล่ของเขาดูกว้างและเอวคอด คางเกร็งแน่น สายตามองตรงไปข้างหน้า ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย สีหน้าเย็นชาไม่ต่างจากในรูปประจำตัว
แต่ความจริงแล้ว หัวใจของเขากำลังเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
ความประหม่าธรรมดา เป็นปฏิกิริยาของร่างกายก่อนเริ่มการแสดง หลิงเฟิงบอกตัวเองในใจ เขาสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วกดความกระวนกระวายเล็กน้อยนั้นลงไป
หลังแนะนำตัวเสร็จ เนี่ยเหอยวนที่ยืนอยู่ริมขวาสุดก็เงยหน้ามองฉินสวี่ น้ำเสียงเจือความสนิทสนมอย่างพอดี “รุ่นพี่ฉิน แล้วก็เมนเทอร์ทุกท่าน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
