ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เจียงตู้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ในห้องเปิดไฟสว่าง เซินสวี่กำลังยองอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อผ้าที่พับเรียบร้อยใส่กระเป๋าเดินทางทีละชิ้นอย่างคล่องแคล่ว ปากก็ฮัมเพลงเบา ๆ ที่จับทำนองไม่ได้
ข้าง ๆ กัน ซีจิ่งเยว่ก็กำลังเก็บของอยู่เหมือนกัน ท่าทางเงียบกว่าเซินสวี่มาก พับเสื้อผ้าทีละชิ้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
พอได้ยินเสียงเปิดประตู เซินสวี่ก็หันมามอง แล้วยิ้มให้ “กลับมาแล้วเหรอ?”
เจียงตู้ยืนอยู่หน้าประตู สายตากวาดผ่านกระเป๋าเดินทางที่ยังเก็บของไม่เต็มของทั้งสองคน ก่อนจะกลับมาหยุดที่ใบหน้าพวกเขา ชั่วขณะหนึ่งเขาพูดอะไรไม่ออก
เขามัวแต่คิดว่าตัวเองไม่ต้องย้ายออกแล้ว จนลืมไปว่าเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนต้องย้ายลงไปอยู่หอชั้นล่าง
แม้จะได้อยู่กับเซินสวี่และซีจิ่งเยว่แค่สองคืน แต่พูดตามตรง ทั้งสามคนเข้ากันได้ดี แม้จะยังไม่ถึงขั้นสนิทสนมกันมาก แต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว
ตอนนี้เพื่อนกำลังจะย้ายออก ความรู้สึกโล่งใจเล็ก ๆ ที่เจียงตู้มีเพราะตัวเองได้อยู่ต่อ กลับหายไปจนหมด
เห็นเจียงตู้เงียบไป เซินสวี่ดูเหมือนกลัวว่าเขาจะรู้สึกกดดัน จึงเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “เป็นอะไรไป? เสียดายที่พี่ชายสองคนจะไปเหรอ?”
เจียงตู้เม้มปาก ไม่พูดอะไร
เซินสวี่ส่งเสียง “โห” อย่างประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินมาหาเจียงตู้ แล้วยีหัวเขาอย่างส่ง ๆ “อย่าทำหน้าเศร้าสิ รอดูได้เลย พี่ชายคนนี้ต้องได้กลับมาอยู่ชั้นนี้สักวันแน่”
เห็นแก่ที่อีกฝ่ายกำลังจะย้ายออก เจียงตู้จึงไม่ถือสาที่เขาฉวยโอกาสแตะหัวตัวเอง
“ให้ช่วยไหม?” เสียงของเจียงตู้ต่ำกว่าปกติอยู่หลายส่วน
เซินสวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง แล้วยื่นมือดันเขาออกไปข้างนอกเบา ๆ “ไม่ต้อง ๆ ของมีไม่เยอะ พวกเราสองคนย้ายกันเองได้”
ซีจิ่งเยว่ก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “ไปพักเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
เจียงตู้มองซีจิ่งเยว่ แล้วหันไปมองเซินสวี่ อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องพูด
