“คุณคือผู้มีพระคุณของบริษัทแฟงเท่”
“ช่วงนี้คุณวิ่งวุ่นเพื่อบริษัทแฟงเท่ไม่หยุด ผมที่เป็นประธานบริษัทก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย”
“ผมเลยลองคิดดู แล้วซื้อหุ้นของคนอื่นกลับมา จากนั้นก็จัดสรรกันใหม่”
“ผมจะยกหุ้น 51% ให้คุณฟรี ๆ ส่วนหุ้นที่เหลือ 49% ผมจะแบ่งให้เท่า ๆ กันกับผู้ถือหุ้นคนอื่น”
“...”
“มะ...ไม่ได้นะครับ!”
ซูยวนสะดุ้ง เขาไม่คิดเลยว่าติงเฉียงจะทำแบบนี้
หุ้น 51%!
แปลว่าต่อไปเขาก็จะเป็นคนตัดสินใจของบริษัทแฟงเท่แล้วไม่ใช่เหรอ?
มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ ไม่มีใครคัดค้านได้
นี่เป็นภาระหนักหนาสาหัส ซูยวนรู้สึกว่าตัวเองแทบจะแบกรับไม่ไหว
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลย
ทั้งค่าแรงคนงานและอุปกรณ์ก็ใช้ของบริษัทแฟงเท่ แม้แต่ส่วนแบ่งกำไร เขาก็ได้มากที่สุด
ตอนนี้คุณติงยังยกหุ้นครึ่งหนึ่งให้เขาอีก
ถ้าบอกว่านี่เป็นการฝากฝังครั้งสุดท้าย เขาก็เชื่อ
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ!”
ซูยวนกำลังจะปฏิเสธ แต่ติงเฉียงห้ามไว้
“ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ!”
“น้องซู”
ติงเฉียงทำหน้าเคร่งขรึม ตบไหล่ซูยวนเบา ๆ “ถ้าไม่มีคุณ บริษัทแฟงเท่คงเจ๊งไปนานแล้ว!”
“ผมไม่ใช่คนที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณ ผมเห็นอนาคตของบริษัทแฟงเท่อยู่ในตัวคุณ”
“มีแค่คุณเท่านั้นที่จะพาบริษัทแฟงเท่เติบโตต่อไปได้!”
“น่าเสียดายที่บริษัทแฟงเท่ยังเล็กเกินไป ไม่มีอะไรจะให้คุณมากนัก เพราะงั้นผมยกบริษัทแฟงเท่ให้คุณเลย!”
ซูยวนยังคิดจะปฏิเสธ
“โธ่ น้องซู!”
ติงเฉียงพูดต่อ “ผมไม่ได้เสียเปรียบสักหน่อย พูดไปแล้วผมยังได้กำไรด้วยซ้ำ”
“เกาะขาคุณไว้ ต่อไปก็นอนรับส่วนแบ่งเงินได้ แถมยังมีแรงไปทำแอนิเมชันอีก แบบนี้จะไม่ดีตรงไหน”
