ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็รู้สึกใต้ฝ่าเท้าว่างเปล่า ก่อนร่างจะลอยขึ้นกลางอากาศ
วินาทีถัดมา เท้าทั้งสองก็แตะพื้น ตาข่ายสีดำที่คลุมศีรษะถูกเปิดออก
เบื้องหน้าเขาคือต้นไม้ในลานบ้านและโต๊ะที่ตั้งอยู่ใต้ร่มไม้
บนโต๊ะมีซาลาเปาอายุยืนกับขนมมงคลวางอยู่
ศิษย์พี่หญิงรองและศิษย์พี่สามต่างมีแป้งเปื้อนเต็มหน้า กำลังยิ้มมองเขา
ศิษย์พี่ใหญ่ประคองกล่องของขวัญไว้ในมือ พลางมองเขาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“บะหมี่อายุยืนมาแล้ว!”
เวลานั้น เหอเฉินเฟิงเดินออกมาจากครัว ในมือถือชามใบใหญ่
ข้างในเต็มไปด้วยบะหมี่อายุยืนโรยต้นหอม ไอร้อนลอยกรุ่น กลิ่นหอมกรุ่นชวนให้น้ำลายสอ
“สุขสันต์วันเกิด ขอให้ทุกปีไร้ทุกข์ไร้กังวล!”
เมื่อเหอเฉินเฟิงวางบะหมี่อายุยืนลง ทุกคนก็กล่าวอวยพรพร้อมกัน
ชั่วขณะนั้น หลินเฉินรู้สึกถึงกระแสอบอุ่นที่เอ่อขึ้นจากกลางใจ ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างในพริบตา
ขอบตาของเขาชื้นขึ้นเล็กน้อย
เขาข้ามภพมาอยู่ที่นี่หลายปีแล้ว
ไม่เคยมีใครจัดวันเกิดให้เขาเลย
เขาถึงกับลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดครบสิบเจ็ดปีของร่างนี้
และยังเป็นวันที่เขาข้ามภพมาครบสี่ปีพอดี
ไม่คิดเลยว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องจะยังจำได้
เขาปาดหางตา ก่อนยิ้มกว้างเอ่ยว่า “ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่หญิงรอง ศิษย์พี่สาม ศิษย์น้องห้า ขอบคุณที่ยังจำได้...”
“ฮ่า ๆ ๆ... ศิษย์น้องสี่ รีบกินบะหมี่เถอะ นี่เป็นผลงานที่ข้ากับศิษย์พี่หญิงรองช่วยกันทำตั้งชั่วยามกว่า!”
ฉีหรูหมิงเดินเข้ามาตบไหล่หลินเฉินเบา ๆ พลางกล่าว
เจี่ยนหรูซวงก็มองเขาด้วยแววตาคาดหวัง
หลินเฉินนั่งลงทันที หยิบตะเกียบขึ้นคีบบะหมี่ เป่าฟู่ ๆ ก่อนนำเข้าปาก
รสชาติธรรมดามาก
แต่หลินเฉินกลับรู้สึกว่านี่เป็นบะหมี่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา
