ทุกคนกลั้นหัวเราะกันแทบไม่อยู่ ครั้นเห็นว่าหลินเฉินกำลังจะลงมือจริง ๆ ต่างก็รีบเข้าไปห้าม
“หลินเฉิน อย่าหุนหันพลันแล่นเลย เสี่ยวหลงยังเด็ก เจ้าอย่าตีมัน”
“ใช่แล้ว มันยังเป็นเด็ก เจ้าไปถือสาเด็กทำไมกัน?”
ในบรรดาคนที่ห้ามหลินเฉิน ผู้อาวุโสหลิวจากหอปรุงโอสถกับผู้อาวุโสจินจากหอหลอมศาสตราวิถีกระตือรือร้นที่สุด
แววตาที่พวกเขามองมังกรไฟน้อยเป็นประกายวาววับ
หลินเฉินเป็นศิษย์เข้าสังกัดของประมุขสำนักอยู่แล้ว บัดนี้ยังได้เป็นรองเจ้าหอของหอฟ้าประทานพรอีก
คิดจะดึงตัวเขามาเป็นพวกย่อมแทบเป็นไปไม่ได้
แต่มังกรไฟน้อยตัวนี้ยังพอมีหวัง!
ขอเพียงปฏิบัติต่อมันให้ดี ต่อไปสถานที่ทั้งสองแห่งของพวกเขาซึ่งต้องอาศัยเปลวไฟก็ย่อมได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน
“นายท่าน นายท่าน ข้ารู้แล้วว่าผิด ข้าจะพูดใหม่...”
เวลานี้มังกรไฟน้อยทำหน้าหงอย ยอมรับผิดอย่างน่าสงสาร
ทว่าหลินเฉินเห็นชัดเจนว่าในดวงตาของเจ้าตัวน้อยมีประกายตื่นเต้นวูบไหวอยู่
เขารีบห้ามปราม “หุบปากเดี๋ยวนี้! หากกล้าส่งเสียงอีกแม้แต่คำเดียว วันนี้ข้าจะจับเจ้าไปตุ๋น!”
มังกรไฟน้อยนั่งแหมะลงกับพื้น รีบยกอุ้งเท้าคู่หน้าปิดปากไว้
“ดูสิ เจ้าทำเด็กตกใจหมดแล้ว”
ผู้อาวุโสหลิวกับผู้อาวุโสจินรีบเข้าไปข้างกายมังกรไฟน้อย คอยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ
หลินเฉินถลึงตา เก็บแส้ยาว แล้วเลิกสนใจมังกรไฟน้อย
ที่จริงเขารู้มานานแล้วว่า สัตว์เลี้ยงวิญญาณที่ผ่านมือเขา ไม่ว่าจะฟักไข่หรือฝึกให้เชื่อง ล้วนมีนิสัยผิดแผกไปบ้างไม่มากก็น้อย
นกหงส์ปีกทิพย์น้อยก็เป็นเช่นนี้ แม้แต่นกวายุอสนีเพชรที่ฟักให้ผู้อาวุโสชิวก็เป็นเช่นเดียวกัน
เพียงแต่เขานึกไม่ถึงว่าอสรพิษไฟปฐพีสามบุปผาซึ่งเดิมทีเชื่อฟังเป็นอย่างยิ่ง พอตื่นรู้สติปัญญาและพูดได้แล้ว กลับมีนิสัยเช่นนี้ด้วย
