พนักงานทุกคนของเขาว่าน-หยวนพักผ่อนกันหมดแล้ว มีเพียงสองคนที่ยังคงปักหลักอยู่ที่ตำแหน่งของตัวเอง
เหออวี่หนงใส่รองเท้าแตะไขว้เท้า วางอยู่บนขอบเก้าอี้แล้วเขย่าไม่หยุด
ด้านข้างคือจ้าวต้าเสวียที่สวมแว่นกรอบดำ เขายื่นคอจนแทบจะมุดเข้าไปในหน้าจอคอมพิวเตอร์
“……ดูออกหรือยัง”
เหออวี่หนงเหลือบมองเด็กหนุ่มผอมบางข้างๆ อาการหยิ่งผยองตอนเพิ่งมาได้หายไปจนหมดสิ้น
“สัญลักษณ์สี่ตัวนี้ แทนแอปบันเทิงโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตอนนี้”
“ส่วนพวกนี้ ก็เป็นเว็บไซต์ข่าวสื่อมวลชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศหลายเจ้า……แล้วก็พวกนี้ ถึงแม้การรายงานอาจไม่แม่นยำ แต่เวลาตั้งหัวข้อพวกเขามักจะจับกระแสให้เป็นที่สนใจ แล้วบิดเบือนข้อเท็จจริงรายงานมั่วซั่ว พวกเราต้องเฝ้าจับตาให้ดี ถ้ามีความคิดเห็นในแง่ลบต่อพื้นที่ท่องเที่ยวเมื่อไหร่ ต้องรีบดึงออกมาทันที……”
เธออธิบายให้จ้าวต้าเสวียฟังทีละตัว
จ้าวต้าเสวียก็ตั้งใจจ้องหน้าจอ แล้วเรียนรู้ไปทีละอย่าง
บางครั้งเธอก็สงสัยเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจ้าวต้าเสวียเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนมากมายนัก ได้ยินพนักงานขายตั๋วเสี่ยวหงกับเสี่ยวเหม่ยเล่าให้ฟังว่า เวลาเขาทำงาน เขาก็พิถีพิถันเอาจริงเอาจังตลอด ไม่เคยเห็นเขาเกี่ยงงานหรืออู้งานเลย……
แล้วทุกครั้งที่เขาพอมีเวลาว่าง ก็จะมาที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตรงนี้ ดูเธอทำงานออฟฟิศ
จนถึงตอนนี้ เขาได้เรียนรู้การจัดการขั้นพื้นฐานของบัญชีสาธารณะและบัญชีทางการบนแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงรู้วิธีดูข้อมูลในแต่ละวัน จำนวนผู้คน และข้อมูลการจอง……
จะบอกว่าเขาฉลาดไหม
ก็ไม่ใช่ เป็นแค่นกโง่ๆ ตัวหนึ่ง ที่แค่พากเพียรบินตะบึงไปข้างหน้า
