เขายังคงปาลูกดอกต่อไป ส่วนโจวพั่วที่อยู่ด้านข้างก็กะน้ำหนักลูกธนูจนได้ที่ เขากำคันธนูยาว ลองดึงสายธนูดู
“ที่นี่ไม่ได้จงใจเพิ่มความยากนะ”
เขาหันไปพูดกับจ้าวเยียนหราน “ก็เหมือนกับที่พวกเราเล่นกันปกตินั่นแหละ”
พูดจบก็ยิงธนูออกไปหนึ่งดอก
“ไม่เข้า”
เสียงหัวเราะหึของครูฝึกดังมา โจวพั่วก็ได้แต่ยักไหล่ ไม่ได้อายอะไร
“ระยะมันไกลกว่าที่เราเล่นกันนะ”
ฟิ้ว!
ปัง!
ดอกที่สองเข้าแล้ว!
แต่มันไปปักที่เสาไม้ซึ่งตั้งป้ายเป้าอยู่
โจวพั่วหยุดพูด สีหน้าจริงจังขึ้น
ดอกสาม! ดอกสี่! ดอกห้า!
ไม่เข้าเลย!
……
จ้าวเยียนหรานทำไหล่ตก
“โจวพั่ว นายเอาอยู่ไหมเนี่ย”
เห็นเขางานเข้า จ้าวเยียนหรานถึงขั้นไม่เรียกชื่อเล่นเลย กอดอกกลอกตาใส่
โจวพั่วยิ่งเงียบหนัก
แม่ง!
ต้องเข้า!
เขาปรับมุมใหม่อีกครั้ง เป้าธนูมันไกล แรงแขนกับความแม่นยำเลยยิ่งสำคัญ
ครั้งนี้เขาดึงสายจนตึงกว่าเดิม ฟิ้ว!
ปึก!
“อืม~ 3 แต้ม~”
เสียงเรียบๆ ของครูฝึกดังขึ้นมา แต่กลับทำให้ทุกคนส่งเสียงเฮกันทันที
เข้าแล้ว!!!
โจวพั่วฉวยโอกาสยิงรัวๆ ไปอีกสามดอก ปัง! ปัง! ปัง! เข้าเป้าหมด
สุดท้ายด้วยคะแนนดีเลิศ 4/10 ก็ชนะด่านแรกไปได้!
เขาหน้าระรื่น ยืดอกผึ่งผายวิ่งไปที่จุดเกมปาลูกธนูลงไห จ้าวเยียนหรานตามไปติดๆ
คันธนูผู้หญิง มันเบา ดีดตัวดีกว่า ข้อเสียอย่างเดียวคือพอลดน้ำหนักแล้ว ระยะยิงก็สั้นลง เล็งยากขึ้น
แต่จ้าวเยียนหรานลองจับคันธนูขึ้นมาแล้ว ก็ยิ้มอย่างพอใจ
“ได้!”
เธอน้าวสายธนู ยิงออกไป รวดเดียวโดยไม่หยุด
พอพลาดไปสามดอกติด ก็เริ่มเข้าฟอร์ม
“2 แต้ม… 4 แต้ม… 3 แต้ม… 7 แต้ม… 5 แต้ม…”
