วันเสาร์ อาม่าอู๊ไม่ได้มาทำงาน
เฉียวอิ่งสั่งอาหารเดลิเวอรีตอนเย็น ระหว่างรออาหาร เธอก็ไถฟีดโพสต์ในโมเมนต์
คนเยอะแยะมากที่วันนี้ออกไปเที่ยวข้างนอก
แค่เพียงออกไปกินข้าวมือง่ายๆ สักมื้อ ลงในโพสต์ในโมเมนต์ก็ดูน่าสนใจเป็นพิเศษ
แถมหลังจากต้องทนกับหนึ่งสัปดาห์แห่งการไปโรงเรียนอย่างทรมาณ ความอยากแชร์ของทุกคนก็ระเบิดออกมา ไถโพสต์ในโมเมนต์ยังไงก็ไถไม่ถึงก้นฟีดซะที
แต่เฉียวอิ่งกวาดตามองคร่าวๆ แล้วไม่รู้สึกคล้อยตามเลยแม้แต่น้อย
มื้อเย็นเป็นบะหมี่ราดซอสมะเขือเทศกับไข่ เฉียวอิ่งไม่มีอารมณ์กิน เลยจัดแบบขอไปที
กินไปงั้นๆ ครึ่งชั่วโมง บะหมี่ยังเหลืออยู่สองในสาม
เธอขี้เกียจเก็บกวาด ลุกขึ้นเดินขึ้นชั้นบนไปเลย
ในห้องมืดๆ หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน เฉียวอิ่งเปิดไฟ ห้องสว่างไสวกลับยิ่งดูเงียบเหงา
เธอนอนลงบนเตียง มือถือนิ่งๆ ก็ไม่สนุกอีกต่อไป
เลยดึงแล็ปท็อปมา กลับสู่อาชีพเก่า หานิยายพระเอกเลี้ยงสาวมาสองเรื่องอ่าน
ในทุกฉากที่พระเอกปรากฏตัว เธอก็คอมเมนต์ตำหนิข้อบกพร่องของพระเอกอย่างเผ็ดร้อน
ยิ่งคิดถึงจงซู่ไป๋...
ในร้านอาหาร ชายหนุ่มเผชิญหน้ากับคำพูดตรงไปตรงมาและหยาบคายของฉือจิ้งถัง ไม่แก้ตัว เงียบๆ แบกรับไว้
แล้วก็ลดทิฐิของตัวเองลงเรื่อยๆ
ยังพูดอีกว่าถ้าเฉียวอิ่งเกลียดเขา เขาจะไม่มารบกวนเธออีก...
เขาอายุแค่สิบเจ็ด
สิบเจ็ดปีที่ไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง
เฉียวอิ่งในใจรู้สึกจุกแน่นไปหมด “ปึง” ปิดคอมพิวเตอร์ลง ยกมือขึ้นมาบังตา
