“ได้ข่าวมั้ย ประธานสภานักเรียนคบกับผู้หญิงจากแผนกในประเทศ เมื่อวานยังอยู่ในห้องน้ำ...”
“เอ๊ะ กลิ่นขนาดนั้นยังจูบแลบลิ้นกันได้อีกเหรอ?”
“จริง ๆ ไม่เหม็นหรอก ห้องน้ำโรงเรียนใช้น้ำหอมเป็นน้ำยาปรับอากาศมานานแล้ว”
“น้ำหอม? ฉันนึกว่าเป็นฟีโรโมนซะอีก พอได้กลิ่นแล้วจะเขี้ยว”
“ไปอยู่กับนิยายของเธอไปตลอดชีวิตเถอะ”
“สรุปคือ ผู้หญิงดูเหมือนจะถูกบังคับ แต่ประธานสภานักเรียนกลับไม่เป็นอะไรเลย”
“ตรงกับภาพจำของฉันที่มีต่อแผนกนานาชาติเลย”
เช้าวันอังคาร ซูอวิ๋นอวิ๋นนั่งอยู่ในห้องเรียน
เพราะอดนอนทั้งคืน เธอจึงดูหมดอาลัยตายอยากไปทั้งตัว แม้แต่เรื่องซุบซิบของเพื่อนร่วมชั้นก็ดูเหมือนจะไม่สนใจ
กู้โฝวเดินเข้มห้องเรียนทางประตูหลัง ในช่วงสิบนาทีสุดท้ายก่อนเริ่มคาบเช้า
เขาดึงเก้าอี้ออก ห้อยกระเป๋าเป้ลงกับพนักเก้าอี้อย่างสบาย ๆ แล้วนั่งลงพร้อมไอเย็น ๆ
ซูอวิ๋นอวิ๋นหาวหนึ่งที แล้วเลื่อนข้าวปั้นย่างมาให้
“เป็นไง เมื่อคืนฉันเก่งป่ะ?”
กู้โฝวส่งเสียง “ฮึ” ในลำคอ
เด็กผู้หญิงสองคนที่นั่งโต๊ะหน้าได้ยินบทสนทนาของพวกเขา ก็หันมาแล้วยิ้มโดยไม่พูดอะไร
ซูอวิ๋นอวิ๋นสะดุ้งตื่นทันที “อะไร?”
กู้โฝวหน้านิ่ง “พวกเราคุยเรื่องเกมกัน ความคิดของพวกเธอจะสกปรกไปกว่านี้ได้อีกมั้ย?”
คนสองคนที่โดนดุก็พูดออกมาอย่างจนใจ
“ยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ไวเกินไปนะ”
“แต่พวกเธอสองคน... น่าจะเล่นเกมด้วยกันทุก ๆ วันเลยสินะ?”
