เธอมองเฉินโม่ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
เฉินโม่เอ๋ย เฉินโม่ นายไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย เมื่อครู่นี้ในห้องอธิการบดี ยังคิดจะโยนความผิดมาให้คุณหนูอย่างฉันอีก!
รอดูเถอะ วันนี้ฉันจะจัดการนายยังไง
“แค่ก ๆ เฉินโม่!”
หลินหว่านเอ๋อร์กระแอมเล็กน้อย แล้วเรียกเขา
“มาพอดีเลย เรื่องระหว่างเราถึงเวลาสะสางกันแล้ว” เฉินโม่เอ่ยขึ้นเช่นกัน
เขาไม่ใช่คนใจอ่อน
ยัยเด็กนี่ซุกซนเกินไป ชอบหาเรื่องเขาอยู่เรื่อย
อย่างเรื่องเมื่อวานก็เหมือนกัน
ถ้าเขาเป็นแค่นักศึกษาธรรมดา ไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรติดตัว แล้วจะรับมือฉู่หมิงอวี่ได้อย่างไร?
คงโดนอัดยับแน่
เผลอ ๆ อาจถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด
ที่ไว้ชีวิตเธอก็เพราะเห็นแก่หน้าคุณปู่ของเธอ แต่ถึงรอดพ้นโทษตาย ก็ใช่ว่าจะรอดโทษเป็น
ครั้งนี้เขาต้องสั่งสอนเธอให้จำขึ้นใจ
“สะสางเรื่องงั้นเหรอ?”
หลินหว่านเอ๋อร์ได้ยินแล้วก็ชะงักงัน
ดีเลย
คุณหนูยังไม่ได้คิดบัญชีกับนายเลยนะ
แต่นายกลับชิงคิดบัญชีกับฉันก่อนงั้นเหรอ?
อยากสะสางนักใช่ไหม งั้นวันนี้คุณหนูจะคิดบัญชีกับนายให้ชัดเจนไปเลย
หลินหว่านเอ๋อร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ต แอบกดปุ่มบันทึกเสียงในโทรศัพท์ จากนั้นแววเจ้าเล่ห์ก็วาบผ่านดวงตา
