“อืม... ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว”
“ท่านพี่ พลังวิญญาณของข้าสูญเสียเร็วเกินไป ดูท่าคงเข้าสิงร่างท่านไม่ได้อีกแล้ว”
ขณะที่เฉินโม่กำลังครุ่นคิด ลั่วชิงเฉิงก็พูดขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน
เฉินโม่เงยหน้ามองนาง
เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
เงาร่างเลือนรางของลั่วชิงเฉิงจางลงเรื่อย ๆ ราวกับจะถูกลมพัดสลายไปได้ทุกเมื่อ
เฉินโม่คร้านจะคิดให้มากความ เขากลัวว่าเงาร่างของนางจะสลายไป จึงรีบพูดว่า “ก็ได้ รีบบอกมาสิว่าเจ้ามีของดีอะไรให้ข้า”
“ท่านพี่อย่าเพิ่งรีบร้อน...”
ลั่วชิงเฉิงฝืนประคองสติที่เหลืออยู่ แล้วกล่าวว่า “ใต้ตำหนักน้ำแข็งแห่งนี้ลงไปลึกหมื่นเมตร มีคลังลับแห่งหนึ่งที่ข้าทิ้งไว้เมื่อหมื่นปีก่อน”
“ข้างในมีทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าบนโลก...”
“ท่านรับสิ่งนี้ไว้...”
นางยังพูดไม่ทันจบ
จากใจกลางดอกบัวน้ำแข็งเก้าสีที่ลอยอยู่กลางอากาศ ผลึกน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดใสกระจ่างเม็ดหนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยออกมา
ก่อนจะตกลงในมือเฉินโม่โดยตรง
“นี่คือกุญแจเปิดคลังลับ... ลองไปดูเถอะ ข้ามั่นใจว่าท่านจะต้องพอใจแน่
“ท่านพี่ ข้าขอหลับก่อน... อย่าลืมช่วยดูแลร่างแท้กับเทววิญญาณของข้า...”
“ไม่อย่างนั้น... ข้าคงตายจริง ๆ แล้ว...”
พร้อมกับเสียงพึมพำแผ่วเบาครั้งสุดท้าย
เงาร่างของลั่วชิงเฉิงก็กลายเป็นจุดแสงดารา ก่อนสลายหายไปจากตำหนักน้ำแข็งโดยสิ้นเชิง
บัวน้ำแข็งเก้าสีที่เดิมแผ่แสงนวลตา พลันเก็บประกายแสงลง แล้วลอยนิ่งอยู่เหนือโลงผลึกน้ำแข็ง
เฉินโม่มองกุญแจผลึกน้ำแข็งในมือ พลางเลิกคิ้วขึ้น
เขานิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
