“แต่บรรพชนตระกูลมู่หรงนี่ระมัดระวังตัวจริง ๆ ถึงกับวางค่ายกลไว้อีกชั้น ให้เฉพาะคนที่มีสายเลือดตระกูลมู่หรงเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้”
“น่าเสียดาย...”
“เวลาผ่านมานาน ไม่มีชีพจรวิญญาณคอยหล่อเลี้ยง พลังจึงสูญสลายไปเกือบหมดแล้ว”
เฉินโม่เอ่ยวิจารณ์
สำหรับเฉินโม่ ค่ายกลที่ไม่ได้รับการดูแลมานานเช่นนี้แก้ได้ง่ายมาก
แน่นอนว่าแค่ง่ายสำหรับเขาเท่านั้น
หากเปลี่ยนเป็นผู้บำเพ็ญที่ยังไม่ถึงขั้นหยวนอิง
ต่อให้เป็นขั้นแก่นทองระดับสูงสุด ก็ยังยากจะแก้ค่ายกลนี้ได้
แม้ขั้นหยวนอิงกับขั้นแก่นทองจะห่างกันเพียงขอบเขตใหญ่หนึ่งขั้น แต่ในด้านพลังฝีมือ ไม่ว่าจะมองจากแง่มุมไหนก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
คร้านจะคิดมาก เฉินโม่ยกมือขึ้นรวมพลังวิญญาณอันเข้มข้นเป็นก้อนหนึ่ง
แล้วตบออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
“เปรี๊ยะ!”
เสียงแตกดังกรอบแกรบราวกับกระจกปริร้าวสะท้อนขึ้นกลางอากาศ
ม่านพลังกั้นไร้รูปร่างพังทลายลงในทันที
เฉินโม่ก้าวเข้าไปใกล้
ทันทีที่ก้าวเข้าไป ภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้างขึ้นฉับพลัน
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือถ้ำหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ
บนเพดานถ้ำฝังผลึกเรืองแสงที่ไม่รู้จักชนิดไว้ ส่องสว่างทั่วทั้งพื้นที่ราวกับเป็นเวลากลางวัน
ในอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของโอสถอันแปลกประหลาด
กลางถ้ำมีสระหยกขาวขนาดประมาณ 10 จั้งโดยรอบ
ของเหลวสีขาวใสสะอาดไหลเอื่อยอยู่ในสระ พร้อมผุดฟองพลังวิญญาณออกมาไม่ขาดสาย
