ทนายพิทักษ์ธรรม: ทนายคนนี้ซื่อตรงเกินไป!

บทที่ 2 ขอร้องให้ท่านชำระคดีให้ข้าด้วย!

6 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

มือถือของเจียงเฟิงสั่นสะเทือน ต่อมาเขาก็เห็นข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าจากธนาคาร

นี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอ?

คนในไลฟ์สตรีมก็ไม่ได้คาดคิดว่าเจียงเฟิงจะตอบคำถามจริง ๆ คนที่ขอเชื่อมต่อเสียงก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ทนายเจียงครับ สวัสดีครับ ระยะเวลาทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ถือเป็นการละเมิดกฎหมายแรงงาน แล้วผมสามารถยึดรายได้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของลูกจ้างได้ไหมครับ?”

“ทนายเจียงครับ ผมย้ายหลักเขตออกไปหลายสิบเมตร นี่ถือเป็นการขยายอาณาเขตไหมครับ?”

เจียงเฟิงตอบคำถามทีละข้อด้วยความอดทน คราวนี้คนดูในไลฟ์สตรีมต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน

“เฮ้ยพวกเอ๊ย ทนายเจียงรู้เรื่องจริงว่ะ! ตอนนี้กูสงสัยละว่าสองคดีนั้นต้องมีข้อมูลวงในแน่!”

“เมื่อก่อนถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย?”

มองดูข้อความเหล่านี้ เจียงเฟิงได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจอยู่ในใจ

ก่อนหน้านี้เขายังใช้ชื่อของสำนักงานกฎหมายเฉียงเชิงอยู่ ทำอะไรก็ต้องมีสิ่งที่ต้องเกรงใจ

แต่ตอนนี้เขาตัวคนเดียว ข้าวยังจะไม่มีกิน จะต้องเกรงใจอะไรอีก

ในจังหวะนั้น ก็มีอีกคนหนึ่งขอเชื่อมต่อเสียง

เจียงเฟิงเพิ่งจะตอบตกลง ทางนั้นก็ส่งเสียงแหบพร่ามา

“ทนายเจียงครับ ผมอยากจะปรึกษาหน่อย”

“ก่อนหน้านี้ผมกำลังอ่านหนังสือในห้องสมุดดี ๆ จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาตบหน้าผม บอกว่าผมลวนลามทางเพศเธอ ตอนนี้มหาลัยไล่ผมออก ทางตำรวจก็ควบคุมตัวผมไปสอบสวน แต่ผมไม่ได้ทำจริง ๆ นะครับ!”

“ใจเย็น ๆ ก่อนนะเพื่อน ตั้งสติก่อน อีกฝ่ายใช้ข้อหาอะไรฟ้องลวนลามทางเพศครับ?” เจียงเฟิงปลอบ

“เธอ... เธอบอกว่าผมช่วยตัวเองให้เธอดู...”

ข้อความในไลฟ์สตรีมหายวับไปทันที

สีหน้าของเจียงเฟิงก็ชะงักไปชั่วขณะ

“เฮ้ย เสียงนี้คุ้น ๆ นะ เหมือนน้องเซียวคนที่เคยเป็นข่าวใหญ่เมื่อก่อนเลย?”

“ไม่ใช่ เรื่องมันผ่านมาสองปียังไม่จบอีกเหรอ?”

“น้องเซียว? น้องเซียวคนไหน?”

คนดูในไลฟ์สตรีมดูเหมือนจะรู้จักคนที่เชื่อมต่อเสียงนี้ ต่างพากันอธิบาย

“ก็คดีห้องสมุดมหาวิทยาลัยเหวินฮั่นไง? ไม่รู้จักเหรอ? ตอนนั้นน้องเซียวถูกระรานทางไซเบอร์จนจะโดดตึก ดีนะที่ช่วยทัน”

“เฮ้อ ว่าแล้วเชียว ต้นไม้ไล่ตามแสงน้อยกลายเป็นต้นไม้ไล่ตามแสงแก่แล้ว น้องเซียวจะได้ผลอะไร ตอนนี้เวอร์ชันเปลี่ยนไปแล้วนะพวก!”

เห็นข้อความในไลฟ์สตรีม เจียงเฟิงก็พอจะจำได้อยู่

แต่ที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ เรื่องนี้มันชัดเจนว่าหลักฐานไม่เพียงพอ มันเป็นการใส่ร้ายสร้างเรื่องไม่ใช่เหรอ? ทำไมนานขนาดนี้ยังไม่คืบหน้า?

“น้องเซียวครับ ช่วยเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฟังหน่อยได้ไหม?” เจียงเฟิงเห็นบรรยากาศในไลฟ์สตรีมเริ่มออกนอกเรื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงรีบถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

น้องเซียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ น้ำเสียงหม่นหมอง

“สองปีก่อน ผมอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเหวินฮั่น เพราะผมมีอาการผื่นคัน ก็เลยเผลอเกาโคนขาตัวเอง”

“แต่ตอนนั้นมีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาตบหน้าผมฉาดใหญ่ บอกว่าผมลวนลามทางเพศเธอ”

“ผมอธิบายว่าไม่ได้ทำ แต่เธอไม่ฟัง แถมยังเอามือถืออัดวิดีโอตลอด เรียกอาจารย์ที่ปรึกษากับผู้บริหารมหาลัยมาด้วย”

“พวกเขาชี้ว่าผมลวนลามทางเพศ ให้ผมขอโทษ ยังบอกว่าถ้าไม่ขอโทษจะไล่ผมออก แล้วแจ้งความ”

“ฐานะครอบครัวผมธรรมดามาก การได้เข้ามหาลัยนี้ทำให้พ่อแม่ผมหมดเนื้อประดาตัว ผมกลัวถูกไล่ออกมาก ก็เลยยอมขอโทษนักศึกษาหญิงคนนั้น”

“เธอให้ผมเซ็นหนังสือรับผิดฐานลวนลามทางเพศ ผมก็เซ็น ตอนแรกผมคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้ แต่ไม่คิดว่าเธอจะเอาวิดีโอไปโพสต์ลงเน็ต”

เล่ามาถึงตรงนี้ เสียงของน้องเซียวก็เริ่มสั่นเครือ

“ชาวเน็ตด่าผมว่าเป็นโรคจิต ที่ทำงานของพ่อแม่ผมก็มีคนโทรไปหาไม่เว้นแต่ละวัน”

“ไม่นาน พ่อกับแม่ผมก็ถูกบริษัทไล่ออก มีคนมาปากระจกบ้านผมตอนกลางคืน เอาอุจจาระสาดใส่บ้านผม”

“ช่วงนั้นใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับผม โทรศัพท์ถูกโทรระเบิดหมดเลย หลายคนมาที่บ้านถามผมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่มหาลัยไปลวนลามนักศึกษาหญิงจริงหรือเปล่า”

“เพราะเรื่องนี้มันดังมาก สุดท้ายผมก็ถูกไล่ออกอยู่ดี พ่อผมก็โมโหจนหัวใจวายตายจากไป”

เสียงของน้องเซียวเรียบมาก แต่เจียงเฟิงสัมผัสได้ว่าในน้ำเสียงที่เรียบเฉยนั้น แฝงไว้ด้วยความคับแค้นที่พอกพูนจนเกินจะจินตนาการ

ข้อความในไลฟ์สตรีมก็มากขึ้นเช่นกัน

“ฟังกี่ครั้งก็รู้สึกว่ามันเกินไป! จะยังไงก็เถอะ จะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนไปด้วยได้ไง!”

“ใช่เลย เพราะเรื่องนี้ทำให้เสียงาน แล้วพ่อของเขาอีก...”

เจียงเฟิงขมวดคิ้ว พฤติกรรมสุดโต่งของชาวเน็ตพวกนั้น ที่จริงก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดถึงเรื่องพวกนั้น เขาจึงถามต่อทันทีว่า “แล้วยังไงต่อครับ”

“แล้วก็...”

น้องเซียวสูดลมหายใจ แล้วว่า “แล้วผมกับแม่ก็ไปแจ้งความ แต่ตำรวจบอกว่าการตายของพ่อไม่เกี่ยวกับพวกเขา”

“ผมเข้าแจ้งความว่านักศึกษาหญิงคนนั้นจงใจปลุกปั่นอารมณ์ชาวเน็ตบนโลกออนไลน์มาระรานทางไซเบอร์ใส่ผม จนเกิดผลลัพธ์ร้ายแรง แล้วขอให้ตำรวจรับคดี ทางนั้นไม่ยอม”

“แล้วยังบอกว่าผมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ แล้วใช้มาตรการควบคุมทางปกครองกับผมและแม่”

“แต่... ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ!”

“การเรียนของผมพัง งานของพ่อแม่ก็เสียไป! พ่อผมก็จากไป!”

เล่าถึงตรงนี้ น้องเซียวก็เริ่มส่งเสียงสะอื้นเบา ๆ

“คุณไม่ได้ไปฟ้องศาลในข้อหาดูหมิ่นและหมิ่นประมาทเหรอครับ?” เจียงเฟิงขมวดคิ้ว

“ไปฟ้องแล้วครับ ไม่รับฟ้อง บอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้ไม่มีความสัมพันธ์ทางกฎหมายโดยตรงกับคู่กรณี”

ได้ยินแบบนั้น สายตาของเจียงเฟิงก็ฉายแววตะลึงงันขึ้นมาทันที

อะไรเนี่ย?

นี่มันมีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ? นักปราชญ์ท่านไหนพูด?

แต่พอลองคิดดูดี ๆ เจียงเฟิงก็พอจะเดาเหตุผลออก

คดีลวนลามทางเพศแบบไร้การสัมผัส ระเบียบกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเดิมก็ยังไม่สมบูรณ์ แถมตอนนั้นในเน็ตมันดังมาก คงไม่มีใครอยากเข้ามายุ่งกับเรื่องร้อน ๆ แบบนี้

เดิมทีก็แค่อยากจะไกล่เกลี่ย ให้อีกฝ่ายขอโทษแล้วก็ให้อภัยกันไป ใครจะไปรู้ว่าไปเจอตัวแม่เวอร์ชัน T0 ที่เอาชีวิตกันเป็นเดิมพัน

“ตอนนี้ อีกฝ่ายฟ้องผมในข้อหาลวนลามทางเพศ อีกสามวันจะขึ้นศาลแล้วครับ!”

“ทนายเจียงครับ ผม... ช่วยผมได้ไหมครับ? ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ผมไม่อยากอยู่แล้ว”

ได้ยินแบบนี้ เจียงเฟิงสะดุ้งโหยง นี่มันไลฟ์สตรีมนะเพื่อน อย่ามาล้อเล่น!

เขารีบพูดว่า “คุณส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาให้ผมหน่อย ผมส่งข้อความส่วนตัวทางวีไปหาคุณแล้ว”

ไม่นาน มือถือสำรองอีกเครื่องของเจียงเฟิงก็ดังขึ้น

เป็นคำขอเพิ่มเพื่อน

เขากดตอบตกลง อีกฝ่ายก็ส่งเอกสารกับวิดีโอหลายไฟล์มาให้

เจียงเฟิงกวาดตามองอย่างรวดเร็ว แล้วก็เริ่มสงสัยในชีวิต

ในเอกสาร เป็นบันทึกที่เกี่ยวข้องกับคดี ส่วนวิดีโอเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของห้องสมุด กับวิดีโอที่คนอื่นถ่ายไว้ด้วย

ในวิดีโอวงจรปิด นักศึกษาชายเดินมาจากสุดทางเดิน เอามือเกาขาตัวเองเป็นครั้งคราว จากนั้นก็ไปเลือกหนังสือที่ชั้น 2-3 เล่ม แล้วนั่งลงตรงที่นั่งเงียบ ๆ ที่หนึ่ง

รอบตัวเขาแทบไม่มีใครเลย เขาก็อ่านอย่างตั้งใจ ตลอดเวลาไม่เคยเงยหน้าขึ้นมาเลย

แต่ผ่านไป 10 กว่านาที นักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่อยู่ห่างจากเขาไปราว 20 เมตร จู่ ๆ ก็ยกมือถือเดินเข้ามา ฉาด! ตบหน้านักศึกษาชายไปหนึ่งฉาด

ดูจากการเคลื่อนไหวที่รุนแรงหลังจากนั้น ส่วนใหญ่คงด่าทันทีเลย

ไม่ใช่แค่นักศึกษาชายในวิดีโอที่ถูกตบจนงง เจียงเฟิงก็อึ้งไปเลย

“นี่มันไม่ใช่ปะ ไม่มีการสัมผัสทางกาย ไม่มีการสบตา ตลอดเวลา นี่มันลวนลามทางเพศแบบไหนกัน? หรือว่าหายใจร่วมอากาศเดียวกันจึงผิด?”

นี่มันยังเป็นโลกที่เขารู้จักอยู่หรือเปล่านะ?

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com