เงียบงัน
ทั้งห้องพิจารณาคดีตกอยู่ในความเงียบงัน
เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก
ทุกคน รวมถึงผู้พิพากษาทั้งสามบนบัลลังก์พิพากษา ต่างเหมือนถูกสะกดให้หยุดนิ่ง ปากอ้าเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อนลอยและไม่อยากเชื่อ
ราวกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินไม่ใช่คำแถลงแก้ต่าง แต่เป็นคำเพ้อเจ้อของคนบ้าที่มาจากอีกโลกหนึ่ง
ฝันร้ายกลางวันแสก ๆ งั้นหรือ?
มองคนเป็น ๆ ว่าเป็นปีศาจ แล้วฆ่าเสียอย่างนั้นหรือ?
เพราะฉะนั้น นี่จึงไม่ถือเป็นการฆ่าคน แต่เป็นการกำจัดปีศาจที่สอดคล้องกับหลักการป้องกันภัยที่ใกล้จะเกิดขึ้น... อย่างนั้นหรือ?
“ตรรกะนี้... เหมือนจะ... มีเหตุผลอยู่บ้างนะ?” ใครบางคนกัดเล็บโดยไม่รู้ตัว คิ้วขมวดแน่น จมดิ่งสู่การสงสัยในตัวเองอย่างหนัก
“มีเหตุผลบ้าอะไรกัน! นี่มันบิดเบือนหลักการชัด ๆ!” คนข้าง ๆ รีบกระซิบโต้กลับทันที ทว่าน้ำเสียงกลับเจือความไม่มั่นใจอยู่เล็กน้อย
ภายในห้องพิจารณาคดี
ดวงตาของซูเต๋อแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วซีดขาวเพราะกำมือแน่น เล็บจิกฝังลงไปในฝ่ามือจนมีเลือดซึมออกมา แต่เขากลับไม่รู้สึกตัวเลย
เขารู้สึกเหมือนสมองถูกค้อนหนักฟาดเข้าอย่างจัง จนมึนงงอื้ออึงไปหมด
นี่เป็นตรรกะที่มนุษย์คิดขึ้นมาได้จริง ๆ หรือ?
นี่เป็นคำพูดที่พูดออกมาในห้องพิจารณาคดีอันศักดิ์สิทธิ์ได้จริง ๆ หรือ?
เขาเรียนกฎหมายมาสิบกว่าปี ผ่านสมรภูมิบนแท่นอัยการโจทก์มานับไม่ถ้วน คิดว่าตัวเองเคยเห็นคดีพิสดารมาทั่วแล้ว แต่ไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครบิดเบือนหลักการป้องกันภัยที่ใกล้จะเกิดขึ้นได้ถึงขนาดนี้!
“เจียงเฟิง คุณบ้าไปแล้ว!”
ซูเต๋อทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เสียงสั่นด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด เขารู้สึกว่าความรู้กฎหมายที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังถูกหยามเกียรติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน