“ผู้จัดการฉวน แย่แล้ว! มีคนเข้ามาที่บริษัทเต็มไปหมด ทั้งสำนักงานสรรพากร ทั้งกรมคุ้มครองผู้บริโภค... บริษัทถูกปิดหมดแล้ว!”
อิงอิงผู้ช่วยร่างกำยำผลักประตูเปิดพรวดพราด แล้วพุ่งเข้ามาในบ้านของฉวนซือหลิวด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“ปิดก็ปิดไปสิ”
เสียงของฉวนซือหลิวแผ่วเบา ราวกับดังมาจากอีกโลกหนึ่ง
เธอขดตัวอยู่บนโซฟา รอบตัวมีขวดเหล้าเปล่ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ทั้งตัวราวกับแตกสลาย ไม่เหลือเรี่ยวแรงมีชีวิตชีวาแม้แต่น้อย
“ยังไงซะ บริษัทนั่นก็ไม่ใช่ของฉันแล้ว”
“พี่ฉวน...”
อิงอิงมองสภาพของเธอ ใบหน้าที่ปกติดุดันกลับเต็มไปด้วยความสงสาร
จู่ ๆ เธอก็เกลียดตัวเองขึ้นมา ถ้าไม่ได้มัวหลงใหลผู้ชายที่ชื่อ “ซุนฉวน” บางทีเธออาจปกป้อง “เจียงอี้” ไว้ได้
พี่ฉวนก็คงไม่กลายเป็นแบบนี้
ฉวนซือหลิวโบกมือ สายตาว่างเปล่า
“เธอไปเถอะ อิงอิง ไปหาทางออกที่ดีกว่านี้”
“ฉันไม่ไป! พี่ฉวน ชาตินี้ฉันจะติดตามพี่!” กล้ามเนื้อทั่วร่างของอิงอิงเกร็งขึ้นทันที น้ำเสียงหนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบงัน
มีเพียงเสียงผู้ประกาศข่าวจากโทรทัศน์ที่ดังซ้ำ ๆ อย่างน่าเบื่อ
“...ทนายความชื่อดังแห่งเทียนไห่ เจียงเฟิง เปิดโปงแผนผูกขาดครั้งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังบริษัทยาทั้งสองแห่งอย่างสะเทือนวงการในการไต่สวนวันนี้ มูลค่าความเสียหายมหาศาล และผลกระทบต่อสังคมร้ายแรงอย่างยิ่ง...”
เสียงผู้ประกาศจบลง ภาพโทรทัศน์เปลี่ยนไปเป็นภาพในห้องพิจารณาคดี
ใบหน้าเย็นชาของเจียงเฟิงปรากฏเต็มหน้าจอ
ฉวนซือหลิวที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดมาตลอดถูกภาพร่างนั้นสะกดสายตาจากหางตา
วินาทีต่อมา ร่างทั้งร่างของเธอก็แข็งค้าง
ความคุ้นเคยที่อธิบายไม่ได้ประหนึ่งกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านหัวใจของเธอ
คุ้นตรงไหนกัน?
ฉวนซือหลิวขมวดคิ้วแน่น
รูปร่างและเค้าโครง!
รวมถึงท่าทางเอียงศีรษะเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวเวลาพูด!
