“ก็เพราะคุณหลงทาง”
สายตาของเจียงเฟิงสงบนิ่งราวผิวน้ำ ทว่ากลับเหมือนทะลุผ่านดวงตาของซูเต๋อ มองตรงเข้าไปถึงจิตใจที่สับสนวุ่นวายของเขา
“หลง...ทาง...” ซูเต๋อเคี้ยวคำสองคำนี้ซ้ำไปมา บนใบหน้าปรากฏแววเยาะเย้ยตัวเอง
“ผมกับคุณไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน!”
จู่ ๆ เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมา ราวกับถูกเหยียบหาง
“ผมไม่มีทางทำแบบคุณ เล่นกับกฎหมาย เอากฎเกณฑ์มาเป็นเครื่องมือของตัวเอง!”
เจียงเฟิงยิ้ม
รอยยิ้มนั้นไม่มีแววเยาะเย้ย มีเพียงความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง
“ถ้าอย่างนั้น คุณก็เลยเหยียบย่ำกฎเกณฑ์เพื่อชื่อเสียงได้สินะ”
“ผม...”
คำพูดที่ซูเต๋อจะใช้โต้แย้งจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก แต่เขาก็ฝืนกลืนมันกลับลงไป
เขาทรุดนั่งลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก ราวกับเรี่ยวแรงทั้งร่างถูกสูบออกไปจนหมด
“สรุปแล้วคุณอยากพูดอะไรกันแน่”
“ตอนที่คุณเพิ่งได้เป็นอัยการ อะไรทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจในงาน?” เจียงเฟิงไม่ได้ตอบ กลับตั้งคำถามขึ้นมาแทน
คือการผดุงความยุติธรรม
คือการช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่ไร้ทางสู้เหล่านั้น
ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ผุดขึ้นในหัวของซูเต๋อ แววตาเลื่อนลอย
“แต่ยิ่งคุณไต่เต้าสูงขึ้น เสียงชื่นชมที่ได้ยินก็ยิ่งมากขึ้น ทั้งความชื่นชมจากผู้บังคับบัญชาและสายตาอิจฉาจากเพื่อนร่วมอาชีพ ทำให้คุณเคลิบเคลิ้ม”
“คุณค่อย ๆ ค้นพบว่าอำนาจในตัวมันเองมอบความสุขให้คุณได้มากกว่าความยุติธรรมเสียอีก”
“ความรู้สึกแบบนั้นเหมือนยาเสพติด ใช่ไหม?”
“คุณเสพสุขกับมันไปพร้อมกับถูกปณิธานแรกเริ่มของตัวเองทรมาน ดังนั้นคุณจึงได้แต่หลอกตัวเองว่า การไต่เต้าขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า ก็เพื่อสร้างความยุติธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่า”
