“ทำไมของที่คุณซื้อให้มี่เสวี่ยถึงมากกว่าของที่ซื้อให้ถงฮว่าล่ะ?” ถงชุนจิ่งมองกู้จินเยว่ที มองมี่เสวี่ยที แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและหยั่งเชิง
ข่งมี่เสวี่ยน้ำตาคลอเบ้า เอ่ยเสียงน้อยใจ “เพราะฮว่าฮว่าทำงานล่วงเวลาบ่อย พี่กู้ก็ซื้อตั๋วหนังไว้แล้ว ถ้าฉันไม่ไปด้วย ตั๋วก็จะเสียเปล่า อีกอย่าง เรื่องที่พวกเราไปดูหนังด้วยกันก็ไม่ได้ปิดบังฮว่าฮว่า เธอเป็นคนบอกให้ฉันไปดูหนังเป็นเพื่อนพี่กู้เอง!”
ถงชุนจิ่งส่ายหน้า เรื่องนี้ก็ยังฟังไม่ขึ้น “เธอให้คุณไปดูหนังเป็นเพื่อนกู้จินเยว่เหรอ? ทำไมถึงให้คุณไปเป็นเพื่อนเขาล่ะ?”
กู้จินเยว่เริ่มหงุดหงิด จึงย้อนถามเขา “คุณไม่เชื่อพวกเราเหรอ?”
ถงชุนจิ่งมองเขา “ทำไมถงฮว่าถึงต้องทำงานล่วงเวลา? แล้วพวกคุณก็ไปดูหนังกัน? สักครั้งสองครั้งยังพอว่า แต่นี่เป็นแบบนี้ทุกครั้ง มันหมายความว่ายังไง? ไม่กลัวคนเอาไปนินทาหรือไงว่าอยู่กันสองต่อสองระหว่างชายหญิง?”
กู้จินเยว่โกรธก็จริง แต่เรื่องแบบนี้เขายังต้องอธิบายให้ชัด “ถงฮว่าทำงานล่วงเวลาบ่อย ๆ ก็เพราะอยากได้ตำแหน่งคนทำงานดีเด่น
ทุกครั้งที่ผมไปหาเธอ เธอก็ไล่ผมกลับไป บางทีเธออาจรู้สึกผิดที่ไปดูหนังกับผมไม่ได้ เลยให้มี่เสวี่ยไปดูหนังเป็นเพื่อนผม
ส่วนของขวัญ ทุกครั้งที่มี่เสวี่ยยอมสละเวลาพักผ่อนมาดูหนังกับผม ในฐานะเพื่อน ผมซื้อของขวัญให้เพื่อชดเชยก็ควรแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ข่งมี่เสวี่ยรีบอธิบายอย่างน้อยใจ “ฮว่าฮ่าไม่เคยสงสัยพวกเราเลยนะ”
ถงชุนจิ่งมองทั้งคู่ คนหนึ่งเป็นเพื่อนสนิท อีกคนเป็นผู้หญิงที่เขาชอบ เขาทั้งโกรธทั้งผิดหวัง “ถ้าถงฮว่าไม่เคยสงสัยพวกคุณ แล้วทำไมถึงยกเลิกงานแต่งกับคุณ? ทำไมถึงตัดสินใจถอนหมั้นกับคุณเด็ดขาดขนาดนั้น?”
