เผิงต้าเหม่ยได้ยินเธอพูดเช่นนั้น ก็ไม่สะดวกจะซักไซ้ต่อ “รีบกลับกันเถอะ ฉันยังต้องกลับไปทำกับข้าวที่บ้าน!”
ถงฮว่าตามหลังเธอลงจากเขา คนที่ขึ้นเขามาตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนใหญ่เก็บของในตะกร้าจนเต็มแล้ว
พอเข้าหมู่บ้าน เฉิงเสี่ยวอวี่ก็กลับบ้านพร้อมถงฮว่า ระหว่างทางเธอเล่าเรื่องไก่ตุ๋นเห็ดให้ฟัง จนทั้งคู่ชักอยากกินขึ้นมา
แต่ในมิติของถงฮว่าไม่มีไก่ ส่วนบ้านเฉิงเสี่ยวอวี่ก็คงไม่ถึงกับฆ่าไก่เพียงเพราะเธอเก็บเห็ดเฮเซลมาได้
ตอนนี้หนึ่งครัวเรือนเลี้ยงไก่ได้แค่ 4 ตัว กับหมู 1 ตัว หากไม่เลี้ยงหมูก็เลี้ยงห่านได้ 3 ตัว ห่านก็ถือเป็นสัตว์ใหญ่ แถมกินจุอย่างกับอะไรดี
บ้านเฉิงเสี่ยวอวี่ไม่ได้เลี้ยงหมู แต่เลี้ยงห่านไว้ 3 ตัว วันปกติยังมีไข่ห่านให้กินแก้ขัดด้วย
ทั้งสองกลับบ้านพลางพูดคุยหัวเราะกัน พอเห็นข่งมี่เสวี่ย สีหน้าของถงฮว่าก็เย็นชาลงทันที
เฉิงเสี่ยวอวี่ส่งสายตาให้ถงฮว่า บอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรก็เรียกได้เลย
ถงฮว่าพยักหน้าเบา ๆ
ข่งมี่เสวี่ยรออยู่หน้าประตูบ้านถงฮว่ามาเป็นชั่วโมงแล้ว พอเห็นถงฮว่ากลับมาพร้อมสาวชาวบ้านคนหนึ่งอย่างสนิทสนม สีหน้าก็ดูเปราะบางขึ้นมา
เมื่อก่อนถงฮว่ามีเพื่อนอยู่ข้างกายแค่เธอคนเดียว
“ฮว่าฮว่า...” ข่งมี่เสวี่ยเรียกเสียงแผ่ว
ถงฮว่าไขกุญแจเปิดประตู ก่อนที่ข่งมี่เสวี่ยจะตามเข้ามา เธอก็ปิดประตูใส่หน้าอีกฝ่ายทันที
ข่งมี่เสวี่ยไม่คิดว่าถงฮว่าจะทำกันถึงขนาดนี้ จมูกถูกประตูกระแทกจนเลือดไหล
ถงฮว่าได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของข่งมี่เสวี่ย แต่ไม่ได้ใส่ใจ
ข่งมี่เสวี่ยกุมจมูกที่เจ็บแปลบ ความอาฆาตในดวงตาเข้มข้นขึ้น นังสารเลว!
“ฮว่าฮว่า! เปิดประตูหน่อย ฉันอยากคุยกับเธอดี ๆ” ข่งมี่เสวี่ยข่มกลั้นความโกรธ น้ำเสียงยิ่งฟังยิ่งเศร้าสร้อย
