ถงฮว่าคิดหาวิธีพาพวกเขามาชนบททีละขั้น ไม่ใช่เพื่อให้พวกเขาใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไม่เอาไหน
ข่งมี่เสวี่ยหอบหายใจ ดวงตากลับเปล่งประกายเจิดจ้า “ถงฮว่า! พูดแบบนี้เกินไปแล้วนะ! พวกเราเพิ่งลงชนบท ทั้งยังไม่เคยเก็บเกี่ยวข้าวสาลีมาก่อน ความเร็วเลยช้ากว่าหน่อย!
พวกเราไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ที่ทำงานช้าก็ไม่ใช่ความผิดของพี่กู้คนเดียว เธอจะเอาเรื่องที่พี่กู้ถอนหมั้นกับเธอมาเหมารวมทุกอย่าง...”
ถงชุนจิ่งหน้าบึ้งตึง รีบห้ามเธอ “มี่เสวี่ย! อย่าพูดอีกเลย!”
ข่งมี่เสวี่ยอยู่ในสภาพมอมแมม ขอบตาแดงก่ำด้วยความน้อยใจ “ทำไมฉันจะพูดไม่ได้? ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายผิด พวกเรายอมรับว่าทำงานช้า แต่ทำไมเธอถึงเอ่ยชื่อพี่กู้คนเดียวล่ะ?
ทำไมถึงบอกว่าพวกเรามีความคิดไม่ถูกต้อง? ทำไมถึงหาว่าพวกเราอู้งานและเอื่อยเฉื่อย? พวกเราไม่ได้เกิดมาก็ทำงานไร่นาเป็นเสียหน่อย ทำไม่เป็นก็จริง แต่ก็กำลังเรียนรู้กันอยู่ พวกเราพยายามเต็มที่แล้ว...”
ถงชุนซู่รีบช่วยพูดทันที “ใช่! ทำไมถึงบอกว่าพวกเรามีความคิดไม่ถูกต้อง? เธอก็แค่ใจแคบ ไม่แปลกที่พี่กู้ไม่เอาเธอ เธอมันสมควรแล้ว!”
ถงชุนจิ่งปวดหัวแทบระเบิด “ถงชุนซู่! พูดให้น้อยลงหน่อยไม่ได้หรือไง?”
หัวหน้าทีมเฉิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจพวกเขา เขาไม่พอใจกลุ่มเยาวชนมีการศึกษากลุ่มนี้มานานแล้ว
เยาวชนมีการศึกษาบางคนเป็นมือใหม่จริง ๆ ทำงานไม่เร็วก็พอเข้าใจได้
แต่บางคนกลับเอาแต่อู้งาน คิดว่าในเมื่อไม่ทำ เดี๋ยวก็มีคนมาทำแทนเอง
“โวยวายอะไรกัน? เยาวชนมีการศึกษาถงฮว่าทำงานได้ดีกว่าพวกเธอ แถมยังเร็วกว่าอีก!”
