ถงฮว่าไม่ได้ยินเสียงจากปลายสาย จึงถามว่า “ฮัลโหล? ฮัลโหล...” เงียบไปแล้วเหรอ?
หวังฟางหมดสติไป พอฟื้นขึ้นมาก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว
ถงต้าหลายไม่อยู่ แต่ถงชุนจิ่งนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง
ถงชุนจิ่งถามด้วยความเป็นห่วงว่า “แม่ เป็นอะไรไปครับ? อยู่ดี ๆ ทำไมถึงเป็นลมล้มพับไปได้?”
ตอนหวังฟางเพิ่งฟื้น สมองยังมึนงงอยู่บ้าง เธอยังนึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะหมดสติ
แต่พอเห็นถงชุนจิ่ง คำพูดของถงฮว่าก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที
ลูกชายคนรองชอบข่งมี่เสวี่ย!
ลูกชายคนที่สี่ก็ชอบข่งมี่เสวี่ย!
หวังฟางรู้สึกเหมือนมีกระแสลมปราณปั่นป่วนอยู่ในอก เธอทรมานจนแทบทนไม่ไหว
เมื่อก่อนเวลาลูกชายสองคนอยู่กับข่งมี่เสวี่ย พวกเขาสนิทสนมกันมากกว่าตอนอยู่กับถงฮว่าจริง ๆ
แต่ตอนนั้นเธอเอาแต่รู้สึกภาคภูมิใจ คิดว่าพวกเขามองข่งมี่เสวี่ยเป็นน้องสาวหรือพี่สาวเท่านั้น
ภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันเช่นนี้ เธอไม่เคยเก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
ใครจะไปคิดได้!
ไอ้ลูกไม่รักดีสองคนนี้!
กลับคิดกับเสวี่ยเอ๋อร์แบบนั้นได้!
บนใบหน้าของหวังฟางปรากฏความโศกเศร้าและทุกข์ใจอย่างหนัก จนถงชุนจิ่งถึงกับตะลึง
ถงชุนจิ่งถามอย่างเป็นห่วงว่า “แม่ ตกลงเป็นอะไรไปครับ?
ก่อนหมดสติ แม่คุยโทรศัพท์กับใครเหรอ?
มีใครพูดอะไรหรือเปล่าครับ?”
ตอนนี้หวังฟางไม่มีเวลาสนใจเรื่องโทรศัพท์หรือเรื่องถงฮว่าแล้ว!
เธอมองถงชุนจิ่ง ถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและร้อนรนว่า “เสี่ยวซู่ใช่ไหม...ใช่ไหมว่าชอบเสวี่ยเอ๋อร์เหมือนกัน?”
