“พี่ถง! พี่เคยทำงานในไร่มาก่อนหรือเปล่าคะ?” เฉิงเสี่ยวอวี่ถามอย่างตื่นเต้น
เหงื่อไหลเข้าตาจนพร่า ถงฮว่าคว้าผ้าขนหนูที่คล้องคอมาเช็ดแรง ๆ ก่อนจะหมุนคอไปมา “ตั้งแต่เด็กฉันเรียนเก่ง เรียนรู้อะไรได้เร็ว งานนี้ก็ไม่ได้เรียนยาก แค่เหนื่อยเท่านั้นเอง”
ร่างกายของถงฮว่าตอนนี้ยังรับไม่ค่อยไหว แต่ยกเว้นเวลาต้องเผชิญหน้ากับคนตระกูลถงแล้ว เรื่องอื่น ๆ เธอชินกับการอดทนจนกลายเป็นนิสัย
เรียนเก่งก็แปลว่าฉลาด ทั้งยังฉลาด ทั้งทำงานเก่ง แถมยังอดทนต่อความลำบากได้ ในสายตาของเฉิงเสี่ยวอวี่ ภาพลักษณ์ของถงฮว่าพลันเปล่งประกายวิบวับขึ้นมา
ตลอดช่วงเช้า ถงฮว่าทำงานไม่ช้ากว่าชาวบ้านในพื้นที่เลย แถมยังแบกของเดินขวักไขว่คล่องแคล่ว
ไม่เหมือนพวกปัญญาชนลงชนบทที่เพิ่งมาใหม่ตอนแรก บ้างก็แบกไม่ไหว บ้างก็เดินเซไปเซมา ดูแล้วทั้งน่าขันและน่าเวทนา
พวกปัญญาชนที่ตั้งใจมาดูเรื่องสนุกไม่ได้เห็นถงฮว่าขายหน้า กลับกลายเป็นว่าพวกเขาต่างหากที่โดนตบหน้าตัวเอง
ในหมู่พวกเขา คนส่วนใหญ่ทำงานยังไม่คล่องเท่าถงฮว่าที่เพิ่งมาใหม่ด้วยซ้ำ
หวังเฉิงมีสีหน้าไม่น่ามองปนประหลาดใจ “น้องสาวคุณเคยทำงานในไร่มาก่อนเหรอ?”
ถงชุนจิ่งยิ่งงุนงงกว่าหวังเฉิง ถงฮว่าโตมาในเมือง จะเคยทำงานในไร่ได้ยังไง?
“เธอจะเคยทำงานในไร่ได้ยังไง ที่บ้านก็แค่ทำงานบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย”
งานที่ถงชุนจิ่งบอกว่าไม่เหนื่อยสักนิดนั้น รวมถึงซักเสื้อผ้าของคนทั้งบ้าน ทำความสะอาด และทำอาหารวันละสองมื้อ งานพวกนี้ถงฮว่าต้องทำให้เสร็จก่อนไปทำงานและหลังเลิกงาน หากทำได้ไม่ดี ก็ยังโดนด่าอีก
