มุมปากของหวังฟางพลันตกลง “มี่เสวี่ย ตอนอยู่ที่นั่น เธอซักเสื้อผ้าเองหรือเปล่า?”
ข่งมี่เสวี่ยชะงักไปเล็กน้อย “แน่นอนค่ะ ฉันซักเอง”
แววตาของหวังฟางลึกล้ำ “ไม่ได้ให้เสี่ยวซู่ซักเสื้อผ้าให้เหรอ?”
ข่งมี่เสวี่ยยกมือปิดปากหัวเราะ “คุณป้าหวัง เสี่ยวซู่จะมาซักเสื้อผ้าให้ฉันได้ยังไงคะ?
อีกอย่าง งานซักผ้าเป็นเรื่องของผู้หญิง ผู้ชายจะซักเสื้อผ้าได้ยังไง?
เสื้อผ้าของเสี่ยวซู่ รวมถึงเสื้อผ้าของพี่รองตอนที่เขายังอยู่ ฉันเป็นคนซักให้ทั้งนั้นค่ะ”
หวังฟางฟังแล้วก็สบายใจขึ้น ดูท่าถงฮว่าจะพูดเหลวไหล หรือไม่ก็จงใจโกหกเธอเพื่อยุยงให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมี่เสวี่ยร้าวฉาน
หวังฟางกล่าวด้วยสีหน้าซับซ้อน “เธออย่าตามใจเสี่ยวซู่มากเกินไปล่ะ!”
บางทีอาจเป็นเพราะมี่เสวี่ยดีกับเสี่ยวซู่และพี่รองมากเกินไป
พวกเขาถึงได้คิดไม่ซื่อต่อมี่เสวี่ย
ข่งมี่เสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เพราะคุณป้าหวังดีกับฉัน ฉันก็เลยรักใคร่คนรอบข้างของคุณป้าไปด้วย เลยดีกับพวกเขาค่ะ!”
หวังฟางพอใจกับคำพูดนั้น ในใจคิดว่าลูกสาวคนนี้ต่างหากที่รู้ใจเธอ
“มี่เสวี่ย ป้าถือว่าเธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ เหมือนกับถงฮว่าเลยนะ”
ข่งมี่เสวี่ยไม่ได้ยินนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของหวังฟาง “ฉันก็ถือว่าคุณป้าหวังเป็นแม่แท้ ๆ เหมือนกันค่ะ ไม่สิ แม่แท้ ๆ ของฉันยังดีกับฉันไม่เท่าคุณป้าเลย!”
หวังฟางอดยิ้มออกมาอีกครั้งไม่ได้ นี่สิถึงจะเป็นลูกสาวที่แสนดีของเธอ
