วันที่กู้จินเยว่แต่งงาน เขาถูกพี่น้องตระกูลถงรุมซ้อมจนน่วม ถึงขั้นลุกไม่ขึ้น
เคราะห์ดีที่เขาอยู่โรงพยาบาลพอดี จึงได้พบหมอและเข้าพักรักษาตัวที่นั่นเลย
ข่งมี่เสวี่ยเป็นผู้หญิง ไม่มีใครลงมือกับเธอ แต่เธอก็ตกใจกลัวไม่น้อย
ไม่ใช่แค่เพราะกู้จินเยว่ถูกพี่น้องตระกูลถงอัดเสียยับเยิน แต่ยังเป็นเพราะท่าทีของถงชุนซู่ที่มีต่อเธอด้วย เขาช่วยถงฮว่ามาทำร้ายเธอได้ยังไง?
ข่งมี่เสวี่ยโกรธมาก โกรธสุด ๆ
ถ้าถงชุนซู่ไม่มาขอโทษและชดใช้ให้เธอดี ๆ ทั้งยังอธิบายเรื่องราวให้กระจ่าง เธอจะไม่มีวันยกโทษให้เขาง่าย ๆ เด็ดขาด
ดังนั้นเมื่อข่งมี่เสวี่ยรู้ว่าถงชุนซู่บาดเจ็บที่ขาและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเหมือนกัน เธอก็ตั้งใจไม่ไปเยี่ยมเขา
ในห้องพักผู้ป่วยของกู้จินเยว่ ข่งมี่เสวี่ยเฝ้าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาคู่สวยฉ่ำวาวราวกับมีหยาดน้ำคลออยู่ แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด
“พี่กู้ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันทำให้พี่เดือดร้อน”
“ฉัน... ฉันไม่คิดเลยว่าฮว่าฮว่าจะโกรธขนาดนี้ แถมยังทำให้เรื่องบานปลายใหญ่โต...”
ตลอดสองวันนี้ อาการปวดตามตัวของกู้จินเยว่ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเมื่อวันแรกที่ถูกซ้อมเสียอีก
เขานอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย มือถือกระจกบานเล็กส่องใบหน้า มองไปมองมาก็โมโหจนโยนกระจกลงบนตู้ข้างเตียง
ใคร ๆ ก็พูดกันว่าตีคนอย่าตีหน้า แต่ถงชุนซู่กลับซัดหน้าเขาไม่ยั้ง
เขาสงสัยว่าไอ้เด็กเวรนี่อิจฉาที่เขาหน้าตาดีหรือเปล่า!
เดิมทีเขายังรู้สึกผิดกับถงฮว่าอยู่บ้างที่ทำให้พิธีแต่งงานล่าช้า ตั้งใจว่าหลังแต่งงานจะชดเชยให้เธอดี ๆ
แต่ตอนนี้ไม่เพียงความรู้สึกผิดไม่เหลือแล้ว เขายังโกรธมากอีกด้วย
พี่น้องคู่นี้ช่างกล้าดีจริง ๆ คิดว่าเขาไม่กล้ายกเลิกการแต่งงานจริง ๆ หรือไง?
เมื่อเห็นกู้จินเยว่ไม่พูดอะไร ข่งมี่เสวี่ยก็เม้มปากแล้วเอ่ยว่า
“พี่กู้ ฉันจะไปขอโทษฮว่าฮว่า ฉันจะชดใช้ให้เธอเอง”
แววตาของเธอพร่าไปด้วยหยาดน้ำเสียงสะอื้นปนตำหนิตัวเอง
