ถ้าเป็นเรื่องอื่น กู้จินเยว่คงห้ามไว้ แต่เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อแม่บังคับให้ถงฮว่าลงชนบทจริงหรือเปล่า!
ดวงตาดำสนิทของกู้ซือจับจ้องไปยังถงฮว่า
ถงฮว่าก้มหน้าอยู่ กู้ซือจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเธอ แต่เห็นนิ้วมือที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเกร็งจนข้อนิ้วซีดขาว
“ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้วจะทำไม?” น้ำเสียงของกู้ซือยังคงราบเรียบเหมือนทุกที สีหน้าก็ไม่เปลี่ยน ราวกับมันเป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว
ข่งมี่เสวี่ยมองเขาอย่างตกตะลึง “เป็นไปได้ยังไง?”
คำพูดของกู้ซือเหมือนตบหน้ากู้จินเยว่ฉาดใหญ่ เวลานี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองสีหน้าของถงฮว่า
แววตาที่หลุบต่ำของถงฮว่ามีรอยยิ้มบางเบาพาดผ่าน
เธอทบทวนความทรงจำจากชาติก่อนอย่างละเอียดแล้ว แค่กระดุมสองเม็ดนั้น ถงฮว่าไม่คิดว่าจะทำให้กู้ซือกลายเป็นที่พึ่งของเธอได้
เหมือนชาติก่อน ข่งมี่เสวี่ยก็อาศัยบารมีของกู้ซือได้แค่ข่มคนอื่นไปวัน ๆ
เพราะอย่างนั้น ถ้าอยากมีที่พึ่งที่ไว้ใจได้ ถงฮว่าก็ต้องลงแรงด้วยตัวเองให้มากหน่อย
อย่างเช่น การมาของกู้จินเยว่ทำให้กู้ซือรู้สึกว่าตัวเองทำผิดและติดค้างเธอ
อย่างเช่น เรื่องต่าง ๆ ที่กู้จินเยว่เข้าไปพัวพัน ยิ่งทำให้กู้ซือคิดว่าเป็นความผิดของเขา ที่ทำให้เธอต้องทนถูกกู้จินเยว่รังแกแม้จะอยู่ชนบทแล้ว
อย่างเช่น ฝีมือทำอาหารของเธอที่มัดใจของกู้ซือไว้
อย่างเช่น เธอไม่เคยเป็นฝ่ายเอ่ยปากขออะไรจากเขาเลย
ตอนนี้กู้ซือก็แค่ชดเชยให้เธอด้านการเงินเล็กน้อยเท่านั้น
แต่เงินหนึ่งพันหยวนที่ให้มาตั้งแต่แรก เธอยังไม่รับเลย การชดเชยแค่นี้จะมีความหมายอะไร?
