ถงชุนซู่อ้าปาก คิดจะพูดว่าเธอพูดจาร้ายกาจเกินไป
แต่...ดูเหมือนจะเป็นความจริงนี่นา?
“แล้วฉันควรทำยังไง?”
ถงฮว่าขมวดคิ้วเลิกขึ้น รอยยิ้มตรงหางตางดงามราวกับดอกฝิ่น “ลองดูสิ พอท่าทีของนายเปลี่ยนไป ท่าทีที่เธอมีต่อนายจะเปลี่ยนตามไปด้วยหรือเปล่า”
ตอนถงชุนซู่กำลังจะกลับ เห็นว่าถงฮว่าพูดจาด้วยง่ายขึ้น จึงคิดจะขอเงินคืน
แต่กลับถูกถงฮว่าถีบจนคะมำลงไปกับพื้นทันที!
ถงชุนซู่ร้องโหยหวนขึ้นมาอีกครั้ง!
ต้นขาเขา! ไข่เขา!
กว่าถงชุนซู่จะลุกขึ้นมาได้ ก็ต้องค่อย ๆ เขยกกลับไปยังจุดพักเยาวชนมีการศึกษา
พอข่งมี่เสวี่ยเห็นถงชุนซู่กลับมา ก็รีบเดินเข้าไปหา
“นี่นายเป็นอะไรไป? ล้มหรือเปล่า?
หรือถูกถงฮว่าตีมา? ทำไมเธอถึงตีอีกแล้วล่ะ?”
ถงชุนซู่กำลังจะพูด แต่คำพูดของถงฮว่ากลับผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
เขาผลักข่งมี่เสวี่ยออก สีหน้าเย็นชาเล็กน้อย “ไม่ต้องมายุ่ง”
แค่ประโยคเดียวก็ทำให้ข่งมี่เสวี่ยตกตะลึง
แม้แต่กู้จินเยว่ก็อดหันมามองไม่ได้
นี่ไม่เหมือนคำพูดที่ถงชุนซู่คนซื่อบื้อจะพูดออกมาได้เลย!
ข่งมี่เสวี่ยทำหน้าเหมือนถูกทำร้ายจิตใจ ดูทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง “เสี่ยวซู่ ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? ให้ฉันขอโทษนายดีไหม?”
ถงชุนซู่มองกู้จินเยว่ แล้วกู้จินเยว่ก็บังเอิญแค่นหัวเราะเย็นชา ราวกับยิ้มก็ไม่ใช่ไม่ยิ้มก็ไม่เชิง
