“ผิวทองแดง! กระดูกเหล็ก! กายาทอง!”
“สามขั้นแห่งกายเนื้อที่ว่านี้ก็คือสามขั้นนี้!”
“หากเป็นสมัยโบราณ ฝึกจนถึงขั้นผิวทองแดงก็พอจะก้าวเข้าสู่ยุทธภพได้แล้ว หากไปถึงขั้นกายาทอง ก็ถือเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่งในยุทธภพได้สบาย!”
“แต่ในยุคนี้ล่ะ?”
“นี่เป็นแค่เงื่อนไขขั้นต่ำสำหรับจบมัธยมปลาย!”
“แล้วตอนนี้! ในห้องเรียนของเรา ห้องเรียนปีสี่มัธยมปลายห้องนี้ นอกจากนักเรียนอวี๋อวี่เฟยกับจ้าวเหม่ยหลิงแล้ว ทั้งห้องกลับไม่มีใครไปถึงขั้นกายาทองเลยสักคน!!!”
พันธมิตรมนุษย์ เขตดาราที่เจ็ด ดาวที่อยู่อาศัยหมายเลข 4715
ครูประจำชั้นของโรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขแปดแห่งเมืองชุ่ยสือยืนอยู่หน้าชั้นเรียนด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ
โต๊ะบรรยายโลหะผสมที่ทนแรงระเบิดทีเอ็นทีขนาดเล็กได้ถูกเคาะจนดังปัง ๆ
“เรามักพูดกันว่า...สามขั้นแห่งกายเนื้อคือจุดเริ่มต้นที่ผู้ฝึกยุทธ์จะหลุดพ้นจากปุถุชนและก้าวสู่ความเป็นเทพ อีกทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญที่สุดที่จะตัดสินว่าในอนาคตจะไปถึงจุดสูงสุดแห่งวิถียุทธ์ได้หรือไม่!”
“ช่วงนี้ต้องวางรากฐานให้ดี”
“แต่พวกเธอจะวางรากฐานกันถึงสามปีไม่ได้!”
“แต่โชคดี!”
“ยินดีกับทุกคนด้วย ปีนี้ในที่สุดพวกเธอก็ใช้ยาเพิ่มพลังได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว!”
อาจารย์กล่าวอย่างยินดี
“เด็กปีสี่มัธยมปลายใช้ยาเพิ่มพลังเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรแล้ว”
“โอ้โห!!!”
เหล่านักเรียนโห่ร้องด้วยความยินดี
นักเรียนคนหนึ่งพยักหน้าพูดว่า
“พอใช้ยาแล้ว อย่างน้อยผมก็น่าจะทะลวงถึงขั้นกายาทองได้ จบแล้วไปส่งอาหารก็ยังใช้วิชาตัวเบาประหยัดเงินซื้อรถไฟฟ้าได้คันหนึ่ง แถมแต่ละเดือนยังหาเงินได้มากกว่าเพื่อนร่วมงานหลายร้อยหยวน”
“ถ้าโชคดีสอบเข้าโรงเรียนอาชีวะชั้นสูงได้ พอเรียนจบก็อาจมีโอกาสไปเป็น รปภ. ในเขตที่เจริญกว่านี้! ได้เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล!”
พูดจบ อาจารย์ก็เคาะโต๊ะบรรยาย
“ช่องทางซื้อยา พวกเธอไปหากันเอง ครูไม่ขอพูดอะไรมาก”
“คนนั้นน่ะ แจกเอกสารให้เพื่อน ๆ หน่อย”
“แน่นอนว่า คนที่มีพรสวรรค์ก็อย่าคิดว่าตัวเองไม่ต้องกินยา ขั้นกายาทองเป็นแค่เกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับจบมัธยมปลายเท่านั้น”
“อย่าว่าแต่สอบเข้าวิทยาลัยเลย แค่จะได้งานดี ๆ ถ้าไม่ก้าวถึงขั้นไร้มลทินก็อย่าหวัง!”
“ถ้าครอบครัวใครลำบาก ก็มาคุยกับครูเป็นการส่วนตัวได้ ครูช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเต็มที่”
“เอาละ เลิกเรียน!”
.............
...............
อาจารย์เดินออกจากห้องเรียนไป ทันใดนั้นทั้งห้องก็พลันเอะอะวุ่นวาย
ในเขตดาราที่เจ็ด โรงเรียนมัธยมสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ต้องเรียนสี่ปี กล่าวคือพวกเขาล้วนเป็นนักเรียนอายุ 18 ปีกันแล้ว
ต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง
นักเรียนหลายคนดีใจ ขณะที่อีกหลายคนทำหน้ากลัดกลุ้ม
“ฉันลองสืบถามมาก่อนแล้ว เดือนนี้ต้องใช้ยาไม่ต่ำกว่าสิบชุดเลยหรือเปล่า?”
“สิบชุด? น้อยไป! ฉันคำนวณแล้ว ต่อให้พรสวรรค์ดีเลิศ ตลอดหนึ่งปีก็ต้องใช้อย่างน้อยร้อยกว่าชุด รวมแล้วตั้งเจ็ดแปดหมื่นหยวน! นี่ยังเป็นแค่ขั้นต่ำเท่านั้น”
บางคนกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรนัก
“ยาที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึก มีผลข้างเคียงบ้างก็เป็นเรื่องปกติ”
“พูดตามตรง ฉันไม่ได้ต่อต้านการกินยา ฉันติดอยู่ที่ขั้นผิวทองแดงมานานเกินไปแล้วจริง ๆ”
“ฉันก็ไม่ได้คัดค้าน ที่อาจารย์เหลยพูดก็ถูก พวกผู้ฝึกยุทธ์ไร้พรสวรรค์อย่างเรา ถ้าไม่กินยาไม่ฉีดยา จะต้องอดทนไปถึงเมื่อไรกว่าจะเลื่อนขั้นถึงกายาทอง?”
“นั่นสิ ถึงตอนนั้นถ้าไม่ได้ใบจบมัธยมปลาย ต่อให้ไปส่งอาหารก็ไม่มีใครรับหรอก”
แม้ท่าทีจะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วนักเรียนส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจว่าจะ “ซื้อ”
ไม่ซื้อไม่ได้
พรสวรรค์ของนักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้พวกเขามั่นใจว่าจะไปถึงขั้นกายาทองก่อนจบมัธยมปลายจริง ๆ
ถ้าไปไม่ถึงขั้นกายาทอง ก็จะไม่ได้ใบจบ
ถ้าไม่มีใบจบ ก็หางานไม่ได้
หางานไม่ได้ ชีวิตนี้ก็จบเห่
“นอกจากอวี๋อวี่เฟยกับจ้าวเหม่ยหลิงแล้ว คนอื่น ๆ ในห้องเราคงต้องใช้ยาเพื่อให้เรียนจบสินะ?”
“คนอื่น ๆ ที่ไหน? ทุกคนต่างหาก!”
“ใช่แล้ว ถ้าสองคนนั้นไม่ใช้ยาแล้วสอบเข้าวิทยาลัยไม่ได้ พรสวรรค์ที่มีก็เสียเปล่าสิ”
ทันใดนั้น นักเรียนคนหนึ่งก็หันไปมองด้านหลัง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจอยู่บ้าง
“ถ้าจะพูดถึงคนที่น่าสงสารที่สุด คงเป็นนายแล้วละ หวังเจ๋อ”
“ว่าแต่ที่บ้านนายมีเงินซื้อยาไหม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเจ๋อซึ่งหน้าตาดูอ่อนเยาว์สะอาดตาและกำลังจัดกระเป๋านักเรียนก็ชะงักไปเล็กน้อย
เขายิ้มแล้วตอบว่า “เดี๋ยวกลับบ้านไปถามก่อน ถ้าไม่มีเงินจริง ๆ ค่อยหาทางอีกที”
“อีกอย่าง อาจารย์ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า ครอบครัวที่ลำบากขอความช่วยเหลือจากเขาได้”
ทุกคนได้ยินแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
“นิสัยอย่างอาจารย์เหลยน่ะ ความช่วยเหลือที่เขาให้คงจะ...”
“เฮ้ย?”
คนที่กำลังพูดถูกดึงไหล่ไว้ เขาจึงรีบหุบปาก แล้วเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน
“เอ่อ...ก็ได้ งั้นนายพยายามเข้าละกัน”
พูดจบ ทุกคนก็ไม่รั้งรออีก ต่างเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน
แม้ไม่มีใครอธิบายอะไร แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
ตรงกันข้าม เวลานี้เขากลับรู้สึกดีใจอยู่บ้าง
“ในที่สุด...ในที่สุดก็...”
“ในที่สุดก็ถึงวัยที่ใช้ยาเพิ่มพลังได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว!”