หลี่ฉางชิงวิ่งตากแดดเปรี้ยงอยู่สองสามนาทีเต็มกว่าจะหยุด จากนั้นก็ไปหลบใต้ชายคาร้านแห่งหนึ่ง หอบหายใจรอเจ้าลิงกับหัวไช่
เจ้าลิงยังพอมีแรง แค่มาช้ากว่าหลี่ฉางชิงไม่กี่วินาที ส่วนหัวไช่นี่แทบไม่ไหว วิ่งตามหลังมาแบบร่อแร่
หลี่ฉางชิงกับเจ้าลิงรออยู่กว่าครึ่งนาที ถึงเห็นหัวไช่วิ่งมา
หัวไช่มาถึงตรงหน้าทั้งคู่ก็โก่งตัวหอบ “ไม่ไหว... โอ๊ยแม่เจ้า เจียงฉู่เหยานั่น... เจียงฉู่เหยานั่นเป็นบ้าอะไรหรือเปล่า? เรียนจบมาตั้งนานแล้ว ยัง... ยังจะมายุ่งทุกเรื่องอีก!”
ไม่ใช่แค่หลี่ฉางชิง หัวไช่กับเจ้าลิงเองก็รู้สึกงงไม่แพ้กัน
“ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าสมองเธอมีปัญหาหรือเปล่า? จำตอนแข่งปิงปองมัธยมต้นได้ไหม? หลี่ฉางชิงตีลูกปิงปองไปโดนหน้าคู่แข่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ฝั่งนั้นเถียงกับห้องเรา ทั้งที่เราเป็นฝ่ายผิดแท้ ๆ สุดท้ายเจียงฉู่เหยากลับเดินเข้าไปด่าห้าคนรวด เกือบตีกันแล้วด้วย อีกฝ่ายยังต้องเป็นฝ่ายมาขอโทษเองเลย!” เจ้าลิงพูดไปก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ “คนนี้เหมือนถังดินปืน ติดไฟง่ายพร้อมระเบิดตลอด ดูวันนี้สิ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย เธอก็ซัดฉันลงไปกองแล้ว”
พูดจบเจ้าลิงก็ยกมือนวดแขนที่ถูกจับล็อกเอาไว้ ตอนนี้ยังปวดเมื่อยอยู่เลย
หัวไช่พยักหน้าเห็นด้วย “ดีนะที่ไม่สนิทกับเธอ วันนี้ก็แค่บังเอิญเจอกัน อีกไม่กี่วันมหาวิทยาลัยเปิดเรียน เธอคงออกจากอำเภอไปแล้ว นับ ๆ ดูก็น่าจะขึ้นปีสองแล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราก็ปลอดภัย”
หลี่ฉางชิงฟังทั้งคู่พูดแล้วเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“อืม เจอกันให้น้อยหน่อยดีกว่า ฉันก็ว่าเธอมีปัญหาเหมือนกัน! เหมือนพวกคลั่งรักที่จิตไม่ปกติ!” หลี่ฉางชิงอยากบอกว่าเป็นปัญหาทางจิต เห็นชัดว่าเธอชอบควบคุมคนอื่นมากเกินไป ไม่อย่างนั้นเรียนจบไปตั้งนานแล้วจะยังมายุ่งกับพวกเขาทำไม
