ในใจมีเรื่องให้ห่วงอยู่สองอย่าง อย่างหนึ่งคือเห็ดหอยขม อีกอย่างคือตะพาบ หลี่ฉางชิงจึงนอนไม่หลับสนิทนัก
ฟ้ายังไม่สาง เขาก็ตื่นแล้ว
ทันทีที่ลืมตา เขาก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ตามคำโบราณว่าไว้ คิดถึงสิ่งใดยามกลางวัน ย่อมฝันถึงสิ่งนั้นยามค่ำคืน
เมื่อคืนเขาฝันว่าเห็ดหอยขมทั้งหมดเปียกน้ำค้างจนดำคล้ำ เน่าเสียไปหมด
แต่พอลุกขึ้นนั่ง เขากลับเห็นรอบตัวมืดสนิท จึงคลำหาไฟฉาย พอได้มาก็ส่องไปที่พื้น
เห็นเห็ดหอยขมแต่ละดอกยังสดอยู่ เขาถึงค่อยถอนหายใจโล่งอก
เรือนไม้ไผ่ตั้งอยู่เหนือพื้นดิน อีกทั้งไม้ไผ่ไม่เรียบ จึงมีแนวโค้งขึ้นลง
ต่อให้น้ำค้างเกาะ ก็จะอยู่ใต้พื้นเรือนไม้ไผ่ ไม่ใช่ด้านบน
ไหน ๆ ก็ตื่นแล้ว เขาจึงไม่คิดนอนต่อ หยิบไฟฉายไปหาที่ปลดทุกข์ ก่อนกลับขึ้นเรือนไม้ไผ่เตรียมลงมือทำงาน
เช้านี้ต้องรีบเข้าเขาเหลยจี๋ไปหาเห็ดหอยขม ตอนอากาศยังเย็น อุณหภูมิยังไม่สูง และความชื้นยังพอเหมาะ
เขาต้องรีบต่อเติมชั้นสองของเรือนไม้ไผ่ให้มีพื้นที่เพิ่ม จะได้เอาไว้ตากเห็ดหอยขม
เขาก่อกองไฟขึ้นอีกกองเพื่อให้แสงสว่าง
จากนั้นเปิดประตูชั้นล่าง หยิบเลื่อยกับมีดออกมา แล้วผ่าไม้ไผ่ต่อ
การต่อเติมนั้นไม่ยาก อยากขยายไปทางไหนก็ปักไม้ไผ่ลำใหญ่สองลำลงบนพื้นเป็นเสา แล้วปูไม้ไผ่ที่ผ่าไว้ด้านบน เชื่อมต่อกับพื้นชั้นสองก็ใช้ได้
เห็ดหอยขมตากแดดจัดไม่ได้ แดดตอนเช้ายังพอไหว แต่ช่วงเที่ยงถึงบ่ายแดดร้อนแรง อุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้เห็ดหอยขมเสีย
