หลังจากพ่อหลี่ออกไป แม่หลี่ก็พาหลี่ถิงถิงยกอาหารออกมาจากครัว
“ฉางชิง กินข้าวกันแล้ว พ่อแกไปไหนล่ะ” แม่หลี่ถามพลางถือจานเดินขึ้นบันได
หลี่ฉางชิงยักไหล่ “ไปตักน้ำครับ”
“โธ่ กินข้าวเสร็จค่อยไปไม่ได้หรือไง กินข้าวกันอยู่แท้ ๆ ยังจะออกไปอีก” แม่หลี่บ่นอย่างไม่พอใจ
หลี่ฉางชิงไม่ได้ตอบ แต่หันไปบอกเจ้าลิงกับหัวไช่ “ไปล้างมือแล้วมากินข้าว!”
ถึงเจ้าลิงกับหัวไช่จะสนิทกับหลี่ฉางชิง แต่ก็เพิ่งเคยมาที่บ้านเขาเพื่อกินข้าวเป็นครั้งแรก
ในยุคที่ข้าวของขาดแคลน ตั้งแต่เด็ก ๆ คนในบ้านก็สอนกันว่าถึงเวลาอาหารให้กลับบ้าน อย่าไปนั่งแช่อยู่บ้านคนอื่น เดี๋ยวคนพูดถึงแล้วจะไม่ดี
ตอนนี้ทั้งสองจึงมองหน้ากันไปมาอย่างกระอักกระอ่วน
หลี่ฉางชิงโอบไหล่ทั้งคู่ “พวกนายช่วยฉันทำงานมาตั้งวัน วันนี้กินข้าวที่บ้านฉันเถอะ เหนื่อยกันมากแล้ว ไว้วันหลังค่อยย่างปลานิลก็แล้วกัน”
แม่หลี่วางจานลง แล้วเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนก่อนหันไปพูดกับทั้งสอง “กินด้วยกันเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ ก็กินข้าวกันตามปกติที่บ้านนี่แหละ”
พูดจบก็เรียกหลี่ถิงถิงที่เพิ่งวางจานให้กลับเข้าไปในครัว
เจ้าลิงกับหัวไช่ถึงค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดสองข้างลานกลางเรือนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เข้าไปในห้องโถงใหญ่
คุณย่ายิ้มพลางทัก “มา ๆ นั่งตามสบายเลย”
หลี่ฉางชิงกลับกดทั้งสองให้นั่งตรงที่ของเขา “คุณย่า ให้พวกเขานั่งตรงนี้เถอะ ผมไปนั่งข้างถิงถิงก็ได้”
พูดแล้วก็เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะ
บนโต๊ะมีอาหาร 4 อย่าง แตงกวาคลุก มะเขือยาวผัด ถั่วฝักยาวผัด ผักกาดขาวผัด และยังมีอ่างสเตนเลสใบใหญ่ใส่โจ๊กมันเทศอยู่ด้วย
ล้วนเป็นอาหารที่ครอบครัวชาวชนบทนิยมกินกันในฤดูกาลนี้
ตอนนั้นเอง พ่อหลี่ก็หาบน้ำกลับมา
เขาเทน้ำลงในลานกลางเรือน ระดับน้ำจึงสูงขึ้นมาได้แค่ไม่กี่เซนติเมตร ปลาแทบไม่มีที่ว่าย ต่างดิ้นรนอยู่ในน้ำ
“พ่อ กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปตักน้ำก็ได้ ไม่ต้องรีบหรอกครับ” หลี่ฉางชิงเห็นแล้วจึงเอ่ยห้าม
