จี้ซิ่วเหนิงกุมมืออาจารย์ใหญ่ไว้แน่น แทบอยากจะคุกเข่าคำนับชายชราทั้งสองคนสักครั้ง
“วางใจได้! ผมจะรายงานคุณูปการของพวกท่านให้ทางรัฐทราบแน่นอน!”
“เหตุการณ์ครั้งนี้ พวกท่านคือผู้มีคุณูปการสูงสุด! เป็นความดีความชอบระดับพิเศษอย่างแท้จริง! ผมจะทำให้คนทั้งเจียงเฉิงได้รับรู้วีรกรรมกล้าหาญของพวกท่านให้ได้!”
จี้ซิ่วเหนิงยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น น้ำลายกระเด็นไปทั่ว
ทว่า...
อาจารย์ใหญ่กับรองอธิการที่กำลังรับการพันแผล เมื่อได้ฟังคำยกยอปอปั้นเป็นชุด สีหน้ากลับแปรเปลี่ยนไปอย่างยากจะบรรยาย
กระอักกระอ่วน
แปลกประหลาด
ถึงกับมีแวว...ละอายใจอยู่เล็กน้อย?
“แค่ก ๆ...”
ใบหน้าชราของอาจารย์ใหญ่แดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะเสียเลือดมากหรือเพราะกระอักกระอ่วนกันแน่ เขาทนฟังต่อไม่ไหว จึงดึงมือออกจากมือจี้ซิ่วเหนิงอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
“เอ่อ...หัวหน้าจี้ ใจเย็นก่อนนะ”
อาจารย์ใหญ่ยิ้มเจื่อน มองรองอธิการข้างกายที่กระอักกระอ่วนจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ก่อนจะถอนหายใจ
“ถึงผมจะอยากรับความดีความชอบนี้แค่ไหน แต่...คนเราต้องมีมโนธรรม”
“หา?”
จี้ซิ่วเหนิงชะงักไปชั่วขณะ สีหน้าดูงุนงง
“หมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่พวกท่านเป็นคนฆ่าหรือ?”
อาจารย์ใหญ่ส่ายหน้า
เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้น ชี้ไปทางหลู่ฟางที่กำลังก้มหน้าจัดแขนเสื้ออย่างสงบนิ่ง
“หัวหน้าจี้ พูดตามตรงนะ”
“ถึงพวกเราสองคนแก่ ๆ จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อถ่วงเวลาพวกมันไว้จริง แต่คนที่สังหารผู้แข็งแกร่งระดับร้อยทั้งสามคน และพลิกสถานการณ์ช่วยทุกคนไว้ได้...”
