คำพูดของเจียงซูหรงราวกับก้อนหินที่ถูกขว้างลงในบึงน้ำนิ่ง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานพังทลายลงในทันที
ใบหน้าสงบนิ่งราวบ่อน้ำลึกของผู้อำนวยการเหอ เผยแววประหลาดใจขึ้นมาเป็นครั้งแรก
เขาเคยเห็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกตรวจสอบมานับไม่ถ้วน บ้างร้องไห้ฟูมฟาย บ้างปฏิเสธเสียงแข็ง บ้างก็ดิ้นรนขัดขืนจนถึงที่สุด
แต่คนที่ไม่แก้ต่างให้ตัวเองอย่างเจียงซูหรง กลับเรียกร้องให้องค์กรตรวจสอบผู้ร้องเรียนเสียเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบ
เรื่องนี้ต้องอาศัยความมั่นใจอย่างยิ่ง และความกล้าหาญที่เหนือกว่าคนทั่วไป
“คุณหมายความว่า จดหมายฉบับนี้มีคนจงใจใส่ร้ายและแก้แค้นใช่ไหม” น้ำเสียงของผู้อำนวยการเหออ่อนลงเล็กน้อย
“ไม่ใช่แค่เป็นไปได้ แต่ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอนค่ะ” สายตาของเจียงซูหรงกวาดมองทุกคนในห้อง ก่อนจะกลับมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของผู้อำนวยการเหอ
“ผู้อำนวยการเหอคะ ลองคิดดูสิคะว่าคนแบบไหนถึงจะเขียนจดหมายแบบนี้”
“ข้อแรก คนคนนั้นต้องอยู่ในโรงพยาบาลกองของกองพัน 732 แน่นอน เพราะรายละเอียดหลายอย่างในจดหมาย อย่างเช่นเวลาและสถานที่ที่ฉันกับคุณที่ปรึกษาหวังหารือเรื่องแผนงาน คนนอกไม่มีทางรู้ได้เลยค่ะ”
“ข้อสอง คนคนนั้นไม่พอใจการปฏิรูปโรงพยาบาลกองที่เรากำลังผลักดันอยู่ หรืออาจถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์ เพราะประเด็นหลักที่จดหมายฉบับนี้โจมตี ก็คือฉันกับคุณที่ปรึกษาหวัง ซึ่งเป็นผู้ผลักดันการปฏิรูปค่ะ”
“ข้อสาม และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด คนคนนั้นอิจฉาฉันค่ะ”
คำพูดประโยคนี้ตรงไปตรงมา แต่ก็เป็นความจริงอย่างยิ่ง
“หล่อนอิจฉาที่ฉันเป็นแค่หญิงชาวบ้านชนบท แต่กลับได้รับการยอมรับจากผู้นำ หล่อนอิจฉาที่ฉันได้หารืองานอย่างเท่าเทียมกับคุณที่ปรึกษาหวัง ผู้สูงส่งในสายตาของหล่อน เพราะฉะนั้นหล่อนถึงใช้วิธีที่เลวร้ายและต่ำช้าที่สุดมาทำลายฉันค่ะ”
เชียนตงไห่กับเจิ้งเจี้ยนจวินสบตากัน ทั้งคู่เห็นความกระจ่างชัดในแววตาของอีกฝ่าย
ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในใจของทั้งสองแทบจะพร้อมกัน — หลินหวาน
ผู้อำนวยการเหอเงียบไป
การวิเคราะห์ของเจียงซูหรงมีตรรกะชัดเจน เชื่อมโยงกันเป็นขั้นเป็นตอน
