คำถามที่เจียงซูหรงเอ่ยออกมา เปรียบเสมือนดาบคมที่แขวนอยู่เหนือศีรษะของศัลยแพทย์ทุกคน
เป็นฝันร้ายที่พวกเขาไม่อยากเผชิญที่สุดยามตื่นกลางดึก
ผ่าตัดสำเร็จ แต่คนไข้กลับเสียชีวิต
ความรู้สึกไร้อำนาจและความล้มเหลวอันใหญ่หลวงนี้ มากพอจะทำลายความภาคภูมิใจทั้งหมดของแพทย์คนหนึ่ง
สีหน้าของหลี่เจี้ยนเย่พลันย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ไม่อาจเอ่ยออกมาได้แม้แต่คำเดียว
เพราะคำตอบคือ... มี
และไม่ใช่แค่กรณีเดียวด้วย
เจียงซูหรงไม่รอให้เขาตอบ เธอรู้ว่าเขาตอบไม่ได้
เธอพูดต่อไปอย่างไม่รีบร้อน น้ำเสียงชัดเจนก้องสะท้อนไปทั่วทางเดินอันเงียบสงบ ทุกคำเปรียบดังหินก้อนหนึ่งที่ตกลงในใจผู้คน ก่อให้เกิดระลอกคลื่นซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
“ผู้อำนวยการหลี่ มีดผ่าตัดที่ช่วยชีวิตคนของคุณ ใช้ตัดรอยโรค ใช้เย็บแผล และดึงคนกลับมาจากหน้าประตูนรกได้ สิ่งที่คุณต่อสู้ด้วยคือศัตรูที่มองเห็นได้บนโต๊ะผ่าตัด”
เธอหยุดชั่วครู่ กวาดตามองแพทย์และพยาบาลที่อยู่รอบ ๆ ก่อนจะหันกลับมามองหลี่เจี้ยนเย่
“แต่สิ่งที่ฉันทำซึ่งคุณมองว่า ‘ไร้สาระ’ นั้น มีไว้จัดการกับศัตรูที่มองไม่เห็น”
“ทั้งเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศ ไวรัสที่ปนเปื้อนอยู่บนลูกบิดประตู และไข้หวัดที่ครอบครัวทหารซึ่งมาเยี่ยมนำติดตัวเข้ามาจากข้างนอก...”
“สภาพแวดล้อมที่สะอาดและอากาศถ่ายเทได้ดี จะช่วยลดเชื้อโรคที่คนไข้หลังผ่าตัดสูดเข้าไปได้มากแค่ไหน?”
“พื้นที่รอเด็กที่แยกออกมาต่างหากและตกแต่งให้มีบรรยากาศสนุกสนาน จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กที่เป็นหวัดแพร่เชื้อไปยังทหารในห้องพยาบาลข้าง ๆ ซึ่งเพิ่งผ่าตัดใหญ่มาและอ่อนแอจนลงจากเตียงไม่ได้ ได้มากแค่ไหน?”
